
17.00 น. คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูทางเข้าหมายเลข 8 เคาน์เตอร์ Q สายการบิน Qatar Airways (QR) โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกทางด้านเอกสารการเดินทางและสัมภาระการเดินทางของท่านให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง
20.00 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินโดฮา ประเทศกาตาร์ โดยสายการบิน Qatar Airways เที่ยวบินที่ QR835 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
22.45 น. เดินทางถึง สนามบินโดฮา ประเทศกาตาร์ เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง
02.00 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินมิลาน ประเทศอิตาลี โดยสายการบิน Qatar Airways เที่ยวบินที่ QR123 (บริอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
07.10 น. เดินทางถึง สนามบินมิลาน ประเทศอิตาลี หลังจากนั้นนำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคเข้าเมืองรับสัมภาระ (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเซอร์มิโอเน่ (Sirmeone) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที) ชมเมืองเซอร์มิโอเน่อันเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 2,000 ปี มีลักษณะภูมิประเทศเป็นแหลมที่ยื่นออกไป ในทะเลสาบการ์ด้า ทะเลสาบแสนสวยที่เสมือนเป็นพรมแดนระหว่าง แค้วนลอมบาเดียกับแคว้นเวเนโต มีความยาวกว่า 55 กิโลเมตร ตัวเมืองเก่านี้จึงถูกขนาบข้างด้วยทะเลสาบ ลอดประตูกำแพงเมืองเก่าผ่านชม ปราสาทเก่าแก่ประจำเมือง The Scallger Of Sirmione สร้างในปี 1277 เมืองนี้เคยอยู่ในการปกครองของตระกูล Scaliger อิสระให้ท่านได้ชมเมืองที่แสนสวยงาม เต็มไปด้วยร้านค้าและร้านกาแฟร้านขนมปังท้องถิ่นมากมาย เก็บภาพป้อมปราการประจำเมือง ที่เป็นจุดสัญลักษณ์ตั้งแต่สมัยยุคโรมัน
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคอร์ติน่า ดอมปาสโซ (Cortina D'ampezzo) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองสกีรีสอร์ท ที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติเทือกเขาโดโลไมท์ เป็น Best of The Alps เพียงแห่งเดียวของอิตาลีที่ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 10 สกีรีสอร์ทที่ดีที่สุดในโลก เคยใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 1956 และเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ เจมส์ บอนด์ 007 ตอน For Your Eye Only เมืองนี้อยู่สูงจากน้ำทะเล 1,219 เมตร ได้รับการขนานนามว่าเป็นไข่มุกแห่งเทือกเขาโดโลไมท์ อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าพักค้างคืน ณ Hotel Ferrovia หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบมิซูริน่า (Misurina Lake) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) ให้ท่านได้เก็บภาพบรรยากาศ ณ หมู่บ้านเบลลูโน่ ทะเลสาบที่มีความยาวถึง 2.6 กิโลเมตร มีความลึกกว่า 5 เมตร สัมผัสอากาศดีๆ สูดดมหายใจลึกๆ ให้ทุกท่านได้ชมความสวยงามของทะเลสาบอันกว้างใหญ่ที่ใส เป็นเงาสะท้อนเห็นวิวเขาลดหลั่นไปมา อันมีฉากหน้าเป็นโรงแรมสีเหลืองตัดกันกับฟ้าครามสวยจับใจ นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบเบรียซ (Braies Lake) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที) ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ Fanes Sennes Braies เป็นเขตป่าสงวนที่ใหญ่ที่สุดใจกลางเทือกเขาโดโลไมท์ อิสระให้ท่านได้ถ่ายภาพความงดงามของทะเลสาบ ซึ่งว่ากันว่าที่นี่เป็นประตูสู่ดินแดนใต้พิภพตามตำนาน ทุกๆ ร้อยปีในคืนพระจันทร์เต็มดวงเจ้าหญิงในตำนานจะออกมาจากเนินเขา Sass Dia Porta ภาษาลาตินหมายถึง “ประตูบนภูเขา” ทรงพายเรือรอบๆ ทะเลสาบพร้อมส่งเสียงแตรที่ดังกึกก้องไปทั่วเทือกเขาโดโลไมท์
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านออกเดินทางสู่ หมู่บ้านวัล ดิ ฟุนส์ (Val di Funes) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) มหัศจรรย์ของดินแดนแห่งธรรมชาติกับยอดเขาแปลกตาอีกแห่งในโดโลไมท์ เป็นหมู่บ้านมรดกโลกของอิตาลี รายล้อมด้วยเทือกเขาสูงในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อนที่เมืองแห่งนี้จะเปลี่ยนเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวสดใส สดชื่นสบายตา จากนั้นนำท่านถ่ายภาพกับ โบสถ์ซานตา แมดดาลีน่า (Sant Maddalena Church) เป็นโบสถ์ที่อุทิศแด่ เซนต์แมดดาลีน่า (St. Maddalena) เป็นสิ่งก่อสร้างที่อยู่คู่เมืองแห่งนี้มาไม่ต่ำกว่า 600 ปี โบสถ์แห่งนี้อาจดูไม่ได้สวยงามใหญ่โตเหมือนโบสถ์ในเมืองใหญ่ๆ แต่สิ่งที่ทำให้โบสถ์แห่งนี้มีชื่อเสียง คือวิวทิวทัศน์เบื้องหลังของโบสถ์ที่มีฉากหลังเป็นยอดเขาโอดเล่ (Odle) อันเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ Puez-Odle National Park ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลี เบื้องหน้าของเราเป็นหมู่บ้าน Villn (Val di Funes) แสนสงบ และน่ารัก นำท่านเก็บภาพความสวยงามของธรรมชาติ และ โบสถ์เซนต์จอห์น (Kirche St. Johann in Ranui) อันเป็นเอกลักษณ์ ของอุทยานโดโลไมท์
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองโบลซาโน (Bolzano) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) ตั้งอยู่บนที่ราบสูงอันงดงามที่รายล้อมไปด้วยยอดเขาอัลไพน์ที่ตระหง่านตั้งแต่สมัยโบราณ เมืองที่ถือว่าเป็นประตูสู่อุทยานแห่งชาติโดโลไมท์ เป็นเมืองหลวงของภูมิภาคทีโรลใต้ ล้อมรอบด้วยแม่น้ำ ซึ่งแม่น้ำ Talvera จะไหลลงไปในแม่น้ำ Israco และมารวมกันเป็นแม่น้ำ Adige เมืองนี้รู้จักกันทั่วไปเมื่อครั้งที่ NATIONAL GEOGRAPHIC ไปถ่ายทำสารคดี การค้นพบซากมนุษย์ที่ฝั่งอยู่ใต้หิมะบนยอดเขาสูงในแคว้นทีโรลของออสเตรีย และนำร่างนั้นมาไว้ที่นี่ เรียกกันว่ามนุษย์หิมะแห่งโบลซาโน ที่เป็นข่าวไปทั่วโลก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
นำท่านเข้าพักค้างคืน ณ B&B Hotel Bozen หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองออร์ติเซ่ (Ortisei) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองแห่งศูนย์กลางของการท่องเที่ยวในแถบอุทยานโดโลไมท์ ที่อยู่ในหุบเขามีเทือกเขาล้อมรอบสวยงามยิ่งนัก นำท่านขึ้นกระเช้าชมวิวที่ทันสมัยและงดงามกับธรรมชาติที่สมบูรณ์ขึ้นสู่ จุดชมวิว แอล์ป เดอ ซูสซิ (Alpe di Siusi) (สูง 2,000 เมตร) เป็นจุดชมวิวเทือกเขาโดโลไมท์ที่สวยและเป็นที่นิยมมากที่สุด เนื่องจากจุดนี้สามารถมองเห็นวิวความยิ่งใหญ่อลังการของกลุ่มเขาในโดโลไมท์ (Dolomite) ซึ่งประกอบด้วย Gruppo del Sella, Gruppo del Sassolungo, Catinaccio และ Sciliar ที่อยู่รอบบริเวณ Alpe di Siusi ได้อย่างชัดเจน อิสระให้ท่านเก็บภาพความงดงามของธรรมชาติอย่างจุใจ ในช่วงฤดูร้อน แอล์ป เดอ ซุสซิ เหมาะสำหรับการเดินเล่นตามเส้นทาง (Hiking) หรือเพียงแค่ขึ้นมาพักผ่อนชมวิวที่สวยงามคุ้มค่าเกินคำบรรยาย
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเวโรน่า (Verona) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 15 นาที) นำท่านชมเมืองเวโรนา ได้รับสมญานามว่า "Little Roman" เพราะยังคงสภาพสิ่งก่อสร้างจากสมัยโรมันไว้อย่างสมบูรณ์และถ้าย้อนไปในศตวรรษที่ 13-14 มีความเจริญสูงสุดถือว่าเป็นยุคทองไม่แพ้กรุงโรม ผ่านชมความยิ่งใหญ่ภายนอกของ โรมัน อารีน่า (Arena di Verona) สนามกีฬากลางแจ้งแบบโบราณในสมัยโรมัน นำท่านเข้าชม บ้านของจูเลียต (Casa Di Giulietta) ปัจจุบันหน้าบ้านจูเลียตคือร้าน Armani ชมระเบียงหินอ่อนเล็กๆ ที่จูเลียตเคยยืนอยู่โดยมีโรมิโอมาคอยเฝ้าขอความรักอยู่ด้านล่าง บริเวณบ้านมีรูปปั้นจูเลียตที่เป็นบรอนซ์ปั้นโดย N.Costantini ว่ากันว่าใครอยากสมหวังในเรื่องความรักก็ให้ไปจับที่หน้าอกของจูเลียต นอกจากนี้ภายในบริเวณกำแพงบ้านจูเลียตยังมีการเขียนแสดงความรักกันมากมายจนแทบไม่เห็นสีกำแพงเดิม และยังมีบริการโทรศัพท์สำหรับคนที่ไม่ได้มากับคนรักให้ได้เซย์ฮัลโหลหากันว่าโทรมาจากบ้านจูเลียตแห่งนี้
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
นำท่านเข้าพักค้างคืน ณ Best Western CTC Hotel Verona หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองมิลาน (Milan) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เป็นเมืองหลวงทางแฟชั่นของโลกแข่งกับปารีสในประเทศฝรั่งเศส เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจของอิตาลี นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ของมหาวิหารดูโอโมแห่งมิลาน (Museo del Duomo di Milano) ที่จัดแสดงศิลปะและประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการสร้างมหาวิหารอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในโบสถ์สไตล์กอธิกที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชมภายนอก ปราสาทสฟอร์เซสโก้ (Sforzesco Castle) ปราสาทสวยงามหลังนี้ได้เคยเป็นป้อมปราการของพวกตระกูลวิสคอนติ ต่อมาเป็นที่พำนักของผู้นำเผด็จการในช่วงศตวรรษที่ 15 คือ ตระกูลสฟอร์ซา มีเวลาให้ท่านได้ถ่ายภาพกับมุมสวยๆ ของน้ำพุที่โพยพุ่งบริเวณด้านหน้าปราสาทสฟอร์เซสโก้ จากนั้นอิสระให้ท่านช้อปปิ้งมอลล์ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก Galleria Vittorio Emanuele II ที่ใช้เวลาก่อสร้างถึง 12 ปี เป็นอาคารหลังคากระจกโครงเหล็กพื้นโมเสกลวดลายงดงาม มาก ภายในประกอบด้วยร้านค้าแบรนด์เนมชื่อดัง เช่น Prada, Louis Viton, Gucci, Bally, Amani, Moschino ,Versace และอื่นๆ อีกมากมาย
ค่ำ อิสระรับประทานอาหารค่ำ ตามอัธยาศัย
นำท่านเข้าพักค้างคืน ณ Best Western Hotel Goldenmile Milan หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองโคโม่ (Como) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) ชม เมืองโคโม่ เป็นเมืองที่อยู่ระหว่างพรมแดนประเทศอิตาลีและสวิสเซอร์แลนด์ สามารถมองเห็นวิวทางตะวันตกตอนใต้ของทะเลสาบ และล้อมรอบไปด้วยหุบเขาที่เขียวขจี เกิดเป็นวิวทิวทัศน์ทางธรรมชาติที่หาชมได้ยาก เมืองโคโม่นั้นนับว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในแคว้นลอมบาร์ดี (Lombardy) เป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์มากมาย เช่น วิหารโรมันคาธอลิก (Como Cathedral) ที่สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 14 และแหล่งช้อปปิ้งโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผ้าไหม ที่เปรียบเสมือนสินค้า OTOP ของจังหวัดโคโม่ ไม่ว่าจะเป็นผ้าพันคอ หรือเน็กไทในราคาย่อมเยาว์ นำท่านชม ทะเลสาบโคโม่ (Lake Como) หนึ่งในไฮไลท์ของสถานที่ที่ต้องมาเพราะทะเลสาบโคโม่มีชื่อเสียงโด่งดังถึงความสวยงามของทะเลสาบขนาดใหญ่ ที่เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งแคว้นลอมบาร์เดีย เลยถูกจัดให้ที่ทะเลสาบมีความใหญ่เป็นอันดับ 5 ของยุโรป อิสระให้ท่านเดินชมเมือง ถ่ายรูป หรือซื้อของฝากของที่ระลึกตามอัธยาศัย
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่ เซอร์ราวาเล เอ้าท์เล็ท (Serravalle Designer Outlet) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมมากมายในราคาพิเศษ เช่น Armani, Bally, Bulgari, Burberry, Calvin Klein, Camper, Diesel, Hugo Boss, L'Occitane, Lacoste, Loewe, Michael Kors, Polo Ralph Lauren, Samsonite, Swarovski, TAG Heuer, Timberland, Tommy Hilfiger, Versace, etc.
ค่ำ อิสระรับประทานอาหารค่ำ ตามอัธยาศัย
นำท่านเข้าพักค้างคืน ณ Best Western Hotel Goldenmile Milan หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองเลือกซื้อสินค้าของฝาก ของที่ระลึกตามอัธยาศัย ณ Galleria Vittorio Emanuele II
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่สนามบินมิลาน
16.15 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินโดฮา ประเทศกาตาร์ โดยสายการบิน Qatar Airways เที่ยวบินที่ QR128 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
23.00 น. เดินทางถึง สนามบินโดฮา ประเทศกาตาร์ เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง
02.05 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสายการบิน Qatar Airways เที่ยวบินที่ QR834 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
12.25 น. เดินทางมาถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

185/20 หมู่บ้านเดอะคอนเนค 32 ซอยลาดพร้าว 126 (กรัณฑ์พร)
แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา