
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 23 ก.ค. 69 - 31 ก.ค. 69 | 132,900 บาท | 27,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 11 ส.ค. 69 - 19 ส.ค. 69 | 121,900 บาท | 27,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 24 ก.ย. 69 - 02 ต.ค. 69 | 115,900 บาท | 27,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 08 ต.ค. 69 - 16 ต.ค. 69 | 121,900 บาท | 27,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 22 ต.ค. 69 - 30 ต.ค. 69 | 121,900 บาท | 27,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
17.30 น. คณะผู้เดินทางพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ Q สายการบิน Qatar Airway โดยมีเจ้าหน้าที่มืออาชีพคอยให้การต้อนรับ และ อำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิดตลอดกระบวนการเช็คอิน
20.30 น ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ เที่ยวบินที่ QR829
23.55 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติฮามัด (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
02.40 น. นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดย สายการบิน Qatar Airway เที่ยวบินที่ QR093 เดินทางเหนือระดับด้วยบริการระดับเวิลด์คลาสตลอดเส้นทาง
(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง)
07.00 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและพิธีการทางศุลกากร และนำท่านขึ้นรถโค้ชเพื่อเดินทางสู่ “เมืองอเพนเซล” (Appenzell) เมืองเล็กๆบรรยากาศแสนงดงามตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาแห่งเทือกเขาแอลป์ สวิตเซอร์แลนด์ เมืองนี้ขึ้นชื่อในด้าน ทัศนียภาพชนบทอันงดงาม และ สถาปัตยกรรมบ้านไม้สีสันสดใสแบบดั้งเดิม ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของชาวอเพนเซลนอกจากนี้ เมืองอเพนเซลยังเป็น แหล่งผลิตชีสอเพนเซลเลอร์ (Appenzeller Kse) ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ด้วยรสชาติเข้มข้นเฉพาะตัวจากกรรมวิธีการหมักแบบโบราณ และยังเป็นบ้านเกิดของ เบียร์อเพนเซล (Appenzeller Bier) ที่ได้รับความนิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้ท่านได้สัมผัสเสน่ห์ของวัฒนธรรมพื้นเมืองและกลิ่นอายชนบทสวิสแท้ ๆ อย่างใกล้ชิด จากนั้นนำท่านออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ “กรุงวาดุซ” เมืองหลวงของประเทศลิกเตนสไตน์ ซึ่งเป็นประเทศขนาดเล็กในยุโรปตอนกลาง ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไรน์ ติดกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์และออสเตรีย เมืองนี้เป็นศูนย์กลางด้านการปกครอง เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของประเทศ แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่ แต่กรุงวาดุซเต็มไปด้วยเสน่ห์ของเมืองในหุบเขาแอลป์ ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบและธรรมชาติที่สวยงาม
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองเบลลินโซน่า” (Bellinzona) เมืองหลวงของรัฐทีชีโน (Ticino) ทางตอนใต้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านสถาปัตยกรรมแบบอิตาเลียนและป้อมปราการโบราณที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก นำท่านเดินทางสู่ “ปราสาทเบลลินโซน่า” (Castles of Bellinzona) กลุ่มป้อมปราการโบราณอันยิ่งใหญ่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ซึ่งประกอบด้วยปราสาทหลัก 3 แห่ง ได้แก่ Castelgrande, Castello di Montebello และ Castello di Sasso Corbaro ปราสาทแต่ละแห่งตั้งอยู่บนเนินเขาโดยรอบตัวเมืองเบลลินโซนา และมีบทบาทสำคัญในยุคกลางในฐานะด่านป้องกันการรุกรานจากภายนอก ท่านจะได้ชมความงดงามของสถาปัตยกรรมสมัยโบราณ กำแพงหินขนาดใหญ่ หอคอยเฝ้ายาม และวิวทิวทัศน์ของเมืองเบลลินโซนาและเทือกเขาโดยรอบจากมุมสูง อันเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม และเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของภูมิภาคทิชีโน นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองโคโม่” (Como) เมืองงดงามทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่บริเวณเชิงเทือกเขาแอลป์ และมีชื่อเดียวกับ ทะเลสาบโคโม่ (Lake Como) อันเลื่องชื่อ เมืองนี้ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ด้วยบรรยากาศโรแมนติกและทิวทัศน์อันงดงามของทะเลสาบที่โอบล้อมด้วยภูเขาสูง โคโม่ ยังเป็นศูนย์กลางของศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่น มีทั้งโบสถ์เก่าแก่ พิพิธภัณฑ์ สวนสาธารณะ โรงละคร และพระราชวังโบราณให้ได้เยี่ยมชม นอกจากนี้ยังเดินทางได้อย่างสะดวกจากเมืองมิลาน ใช้เวลาเพียงประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ท่านจะได้เพลิดเพลินกับเสน่ห์ของเมืองเล็ก ๆ ริมทะเลสาบที่ผสมผสานความคลาสสิกและความงามของธรรมชาติไว้อย่างลงตัว ให้ท่านได้แวะถ่ายรูปบริเวณริมทะเลสาบโคโม่
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Just Hotel Lomazzo Fiera หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองทิราโน่ (Tirano) เมืองตากอากาศขนาดเล็กอันเงียบสงบที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาในภูมิภาคลอมบาร์เดีย ประเทศอิตาลี โดยระหว่างทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพของเทือกเขาและหุบเขาอันงดงามที่ทอดยาวผ่านแคว้นต่าง ๆ ของสวิตเซอร์แลนด์ตอนใต้
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร เมนูพิเศษ!!! พิซซ่าอิตาเลียน
นำทุกท่านเดินทางโดยสารรถไฟสายโรแมนติก “เบอร์นิน่า เอกซ์เพรส” (Bernina Express) รถไฟชมวิวแบบพาโนรามาที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เส้นทางรถไฟสายนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟที่สวยงามที่สุดในโลก และยังได้รับการบันทึกลงใน กินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ด ปี 2022 ว่าเป็นรถไฟที่มีขบวนยาวที่สุดในโลก โดยทางบริษัท Rhaetian Railway ได้จัดขบวนรถไฟความยาว 1.9 กิโลเมตร จำนวน 100 โบกี้ เป็นการแสดงศักยภาพด้านวิศวกรรมของระบบรางในสวิตเซอร์แลนด์อย่างแท้จริง ตลอดเส้นทางการเดินทาง ท่านจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันหลากหลายของ ภูเขาหิมะ ทะเลสาบสีฟ้าใส ทุ่งหญ้าเขียวขจี และหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งเรียงรายท่ามกลางขุนเขา ภาพเหล่านี้ราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด เส้นทางของรถไฟสายนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็น มรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ในหลายช่วงเส้นทางรถไฟจะพาท่าน ไต่ระดับความสูงกว่า 7,390 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล โดยไม่ใช้ระบบฟันเฟืองอย่างที่พบในรถไฟสายอื่นในสวิตเซอร์แลนด์ หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของเส้นทางนี้ คือ การแล่นผ่านสะพานรถไฟบรุซิโอ (Brusio Viaduct) สะพานวงโค้งรูปก้นหอยซึ่งถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมของชาวสวิส รถไฟสายนี้ยังมีความพิเศษตรงที่สามารถไต่ระดับความสูงโดยไม่ใช้ฟันเฟือง แตกต่างจากรถไฟสายภูเขาทั่วไปในประเทศ
หมายเหตุ: ในกรณีที่ไม่สามารถสำรองที่นั่งบนขบวนรถไฟ Bernina Express ได้ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนเป็นการเดินทางด้วยรถไฟแบบ Classic Train ซึ่งเป็นเส้นทางและบรรยากาศเดียวกัน
จนกระทั่งเข้าสู่ เมืองเซนต์มอริทซ์ (St. Moritz) เมืองตากอากาศชื่อดังระดับโลก ตั้งอยู่ในรัฐเกราบึนเดิน (Graubnden) ซึ่งเป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดและอยู่ทางตะวันออกสุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองนี้ตั้งอยู่บนที่สูงใจกลางเทือกเขาแอลป์ และเคยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวถึง 2 ครั้งหนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนเซนต์มอริทซ์คือ ทะเลสาบเซนต์มอริทซ์ (Lake St. Moritz) ซึ่งเปลี่ยนความงดงามไปตามฤดูกาล โดยในช่วงฤดูร้อน น้ำในทะเลสาบจะเป็นสีเขียวมรกตใสสะอาดตา ส่วนในฤดูหนาว น้ำจะกลายเป็นน้ำแข็งทั้งหมด
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Hotel Laudinella หรือระดับใกล้เคียง
ในกรณีที่โรงแรมในเมืองเซนต์มอริสเต็ม บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงที่พักไปยังเมืองใกล้เคียง โดยใช้โรงแรมในระดับมาตรฐานใกล้เคียงกัน
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองอันเดอร์แมท (Andermatt) หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ตั้งอยู่ในรัฐอูรี (Uri) ทางตอนกลางของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ท่ามกลางหุบเขาอัวร์เซอเริน (Urseren Valley) ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำร็อยส์ (Reuss River) อันเดอร์แมทถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในอดีต เนื่องจากตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของช่องเขาสำคัญถึงสามแห่ง ได้แก่ ช่องเขาโอเบอร์อัลพ์ (Oberalp Pass) ทางทิศตะวันออก, ช่องเขาก็อทฮาร์ท (Gotthard Pass) ทางทิศใต้ และช่องเขาฟัวร์คา (Furka Pass) ทางทิศตะวันตก ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้เคยเป็นจุดพักกลางทางที่สำคัญในเส้นทางคมนาคมของประเทศ
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หมายเหตุ: ในกรณีที่ไม่สามารถสำรองที่นั่งบนขบวนรถไฟ Glacier Express ได้ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนเป็นการเดินทางด้วยรถไฟแบบ Classic Train ซึ่งเป็นเส้นทางและบรรยากาศเดียวกัน
นำท่านโดยสารรถไฟ กลาเซีย เอ็กซ์เพรส (Glacier Express) รถไฟด่วนที่ได้รับสมญานามว่า “รถไฟด่วนที่วิ่งช้าที่สุดในโลก” เส้นทางรถไฟสายสำคัญและงดงามที่สุดสายหนึ่งของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดดเด่นด้วยโบกี้รถไฟที่ออกแบบเป็นกระจกพาโนรามาโค้ง เพื่อให้ผู้โดยสารได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามของขุนเขา หุบเขา แม่น้ำ และหมู่บ้านสไตล์สวิสที่เรียงรายอยู่ตลอดสองข้างทาง
รถไฟจะพาท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านเซอร์แมท (Zermatt) เมืองเล็ก ๆ ที่มีชื่อเสียงในฐานะแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกด้านสกีรีสอร์ตและกิจกรรมปีนเขา อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาอันยิ่งใหญ่ โดยมี ยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn) อันโด่งดัง ซึ่งมีรูปทรงคล้ายพีระมิดเป็นฉากหลังอันงดงามของเมืองบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างภายในเมืองส่วนใหญ่สร้างด้วยไม้ ให้บรรยากาศอบอุ่นแบบสวิสแท้ และเพื่อรักษาความสะอาดของสิ่งแวดล้อม เมืองเซอร์แมทยังเป็นเมืองปลอดมลพิษ โดยอนุญาตให้ใช้เฉพาะยานพาหนะระบบไฟฟ้าภายในเมืองเท่านั้น
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Albana Real หรือระดับใกล้เคียง
ในกรณีที่ไม่สามารถสำรองที่พักในเมืองเซอร์แมทซ์ได้ เนื่องจากที่พักมีจำนวนจำกัด โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหรือเทศกาลต่าง ๆ ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พักไปยังเมืองใกล้เคียง ซึ่งไม่ทำให้ส่งไม่กระทบต่อโปรแกรมการเดินทาง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางโดยรถไฟจาก เมืองเซอร์แมท (Zermatt) สู่ยอดเขากอร์เนอร์แกรต (Gornergrat) ระหว่างทาง ท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่และงดงามของธรรมชาติสองข้างทาง รถไฟจะไต่ระดับความสูงจนถึงจุดชมวิวบนยอดเขาที่ระดับความสูง 3,286 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล บนยอดเขากอร์เนอร์แกรต ท่านจะได้สัมผัสกับหนึ่งในจุดชมวิวที่งดงามที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งสามารถมองเห็นทิวเขาโดยรอบ รวมถึงยอดเขามัทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn) ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังถือเป็นหนึ่งในสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองเซอร์แมท
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เมนูพิเศษ!!! คอมโบฟองดู
ฟองดูชีส+ฟองดูน้ำมัน+ฟองดูช็อกโกแลต
จากนั้นอิสระให้ทุกท่านเดินเที่ยวชมเมืองเซอร์แมทตามอัธยาศัย เพลิดเพลินกับบรรยากาศของเมืองตากอากาศแสนสวยที่โอบล้อมด้วยขุนเขา ภายในเมืองมีร้านค้า ร้านกาแฟ และร้านของที่ระลึกมากมาย รวมถึงร้านจำหน่ายนาฬิกาสวิสชื่อดังหลากหลายแบรนด์ ให้ท่านได้เลือกชมและเลือกซื้ออย่างจุใจ นอกจากนี้ ยังสามารถเดินเล่นเก็บภาพบรรยากาศของเขตเมืองเก่าที่เรียกว่า “ฮินเตอร์ดอร์ฟ” (Hinterdorf) ซึ่งเป็นย่านที่มีอาคารบ้านเรือนแบบดั้งเดิมของชาวเมืองเซอร์แมท อายุเก่าแก่กว่า 500 ปี และได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี จนกลายเป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่น่าประทับใจของเมืองแห่งนี้ จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองแทช (Tsch) หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในเขตวิสป์ (Visp) ท่ามกลางหุบเขาแมทเทอร์ทาล (Mattertal Valley) ซึ่งเป็นหุบเขาที่มีชื่อเสียงในฐานะพื้นที่ซึ่งโอบล้อมด้วยยอดเขาสูงตระหง่านแทบทั้งหมดของเทือกเขาแอลป์ นำทุกท่านออกเดินทางสู่ เมืองมองเทรอซ์ (Montreux) เมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงทั้งในฤดูร้อนและฤดูหนาว ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลสาบเจนีวา เมืองแห่งนี้ได้รับสมญานามว่า “ไข่มุกแห่งริเวียร่าของสวิตเซอร์แลนด์” (The Pearl of the Swiss Riviera) ด้วยทัศนียภาพอันงดงามและบรรยากาศแสนรื่นรมย์ สองฟากฝั่งของถนนเลียบทะเลสาบที่ทอดยาวกว่า 7 กิโลเมตร เต็มไปด้วยคฤหาสน์และโรงแรมหรูหราที่ผสมผสานเสน่ห์ของอดีตเข้ากับความสะดวกสบายในยุคปัจจุบันอย่างกลมกลืน แวะถ่ายภาพเป็นที่ระลึกบริเวณด้านนอกของ ปราสาทชิลยอง (Chillon Castle) ปราสาทเก่าแก่ในสไตล์กอทิก ซึ่งมีประวัติยาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองมองเทรอซ์ และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์
นำท่านเดินทางสู่ เมืองอินเทอร์ลาเคน (Interlaken) หนึ่งในเมืองตากอากาศยอดนิยมของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค แบร์นเนอร์ โอเบอร์ลันด์ (Berner Oberland) โดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งอันงดงาม อยู่ระหว่างทะเลสาบ 2 แห่ง ได้แก่ ทะเลสาบทูน (Lake Thun) และ ทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz) ซึ่งโอบล้อมด้วยเทือกเขาอัลไพน์สลับซับซ้อน เมืองอินเทอร์ลาเคนขึ้นชื่อในด้านความงามของธรรมชาติจากนั้นนำท่านเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง ณ ร้านนาฬิกาชื่อดัง “Kirchhofer” หนึ่งในร้านจำหน่ายนาฬิกาหรูระดับแนวหน้าของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีสาขาอยู่ในเมืองอินเทอร์ลาเคน ร้านแห่งนี้ได้รวบรวมแบรนด์นาฬิกาชั้นนำมากกว่า 70 แบรนด์ระดับโลก อาทิ Patek Philippe, Rolex, Omega, TAG Heuer, Longines และแบรนด์อื่น ๆ อีกมากมายที่เปี่ยมด้วยคุณภาพและชื่อเสียง
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : The Hey Hotel / Hotel Metropole หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ หมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเนน (Lauterbrunnen) ผ่านชมหนึ่งในหมู่บ้านที่มีความงดงามและเงียบสงบที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตลอดเส้นทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันสวยงามของธรรมชาติ ทุ่งหญ้าเขียวขจี บ้านไม้แบบสวิส และภูเขาสูงที่โอบล้อมหมู่บ้านไว้อย่างงดงาม นำท่านผ่านชม น้ำตกชเตาบ์บาค (Staubbach Waterfall) หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของหมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเนน ซึ่งเป็นน้ำตกที่มีความสูงถึง 297 เมตร ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันอย่างอ่อนช้อยราวกับม่านน้ำโปร่งใส สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนอย่างยิ่ง จากนั้นนำท่านเดินสู่ สถานีรถไฟเลาเทอร์บรุนเนน เพื่อโดยสาร รถไฟฟันเฟืองสายพิเศษ (Cogwheel Railway) ขบวนพิเศษที่ออกแบบด้วยกระจกบานใหญ่เป็นพิเศษ เพื่อให้ท่านสามารถชมทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาแอลป์ได้อย่างเต็มอิ่ม นำท่านเดินทางสู่ ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfraujoch) ที่ได้ชื่อว่าเป็น "สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป" โดยยอดเขาแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น "มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป" โดยองค์การยูเนสโก ระหว่างทาง นำท่าน เปลี่ยนขบวนรถไฟ ณ สถานีไคลน์ไชเด็ค (Kleine Scheidegg) เพื่อโดยสารรถไฟฟันเฟืองอีกขบวน ซึ่งจะนำท่านเดินทางลอดอุโมงค์ที่ถูกขุดเจาะผ่านภูเขาโดยวิศวกรชาวสวิส ณ ความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 3,454 เมตร สู่ สถานีรถไฟยอดเขาจุงเฟรา (Jungfraujoch Station) ซึ่งตั้งอยู่บนความสูง 11,333 ฟุต หรือประมาณ 3,454 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ยอดเขาจุงเฟรา มีความหมายว่า “สาวน้อย” (The Maiden) เป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักเดินทางจากทั่วโลก ที่จะได้สัมผัสกับหิมะตลอดทั้งปี และได้รับการยกย่องว่าเป็น Top of Europe จากนั้นนำท่าน เข้าชม “ถ้ำน้ำแข็ง 1,000 ปี” (Ice Palace) หนึ่งในไฮไลต์สำคัญบนยอดเขาจุงเฟรา ซึ่งเป็นถ้ำที่เกิดขึ้นจากการแกะสลักภายใต้ธารน้ำแข็งอันเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 1,000 ปี ตั้งอยู่ลึกลงไปประมาณ 30 เมตรใต้ธารน้ำแข็งภายในถ้ำเต็มไปด้วยงานศิลปะจากน้ำแข็งแกะสลักอย่างประณีตในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์น้ำแข็งหรือประติมากรรมอันงดงามที่แสดงถึงความสามารถและความพิถีพิถันของช่างฝีมือ ท่านสามารถเก็บภาพประทับใจไว้เป็นที่ระลึกท่ามกลางบรรยากาศอันเย็นฉ่ำและน่าตื่นตาตื่นใจ จากนั้นนำท่านโดยสารลิฟต์ขึ้นสู่ชั้นบนของอาคาร ให้ท่านได้สัมผัสกับ ลานหิมะพลาโต (Snow Plateau) บนเขาจุงเฟรารับอากาศบริสุทธิ์และชมทัศนียภาพของ ธารน้ำแข็งอะเล็ตช์ (Aletsch Glacier) อย่างใกล้ชิด ธารน้ำแข็งแห่งนี้ถือเป็นธารน้ำแข็งที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกทางธรรมชาติ โดยองค์การยูเนสโก ด้วยความยาวกว่า 22 กิโลเมตร อะเล็ตช์กลายเป็นหนึ่งในภูมิทัศน์ธรรมชาติที่งดงามและยิ่งใหญ่ที่สุดของยุโรป ท่านจะมีเวลาอิสระเพื่อเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนลานหิมะ ท่ามกลางบรรยากาศที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนตลอดทั้งปี พร้อมเก็บภาพความทรงจำอันประทับใจ ภายในอาคาร Jungfraujoch – Top of Europe ยังมีห้องนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การสร้างเส้นทางรถไฟขึ้นสู่ยอดเขาจุงเฟรา ตลอดจนร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชื่อดังของสวิตเซอร์แลนด์ อาทิ ร้านช็อกโกแลตลินด์ (Lindt Swiss Chocolate Heaven) และร้านของที่ระลึก
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนเขาจุงเฟรา
ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางลงจากยอดเขาจุงเฟรา เดินทางลงเขาด้วยรถไฟฟันเฟือง สู่สถานี ไอเกอร์เกลตเชอร์ (Eigergletscher) จากนั้นเปลี่ยนการเดินทางโดยสาร กระเช้าชมวิวเทือกเขาแอลป์ THE V-CABLEWAY เพื่อมุ่งหน้าสู่สถานีเทอร์มินัล กรินเดลวาล์ด (Grindelwald Terminal) ซึ่งใช้เวลาเพียง 12 นาทีเท่านั้น พร้อมเพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาแอลป์ตลอดเส้นทาง นำท่านเดินทางสู่ เมืองซุก (Zug) ซึ่งเป็นทั้งเมืองหลวงและรัฐในเวลาเดียวกัน โดยรัฐซุกถือเป็นหนึ่งในรัฐที่ร่ำรวยที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของบริษัทข้ามชาติจำนวนมาก ส่งผลให้อัตราการจัดเก็บภาษีของรัฐนี้ต่ำที่สุดในประเทศ อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มี อัตราการครอบครองรถยนต์หรูหราสูงที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ อีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินชมบริเวณเมืองเก่าใจกลางเมืองซุก อันเต็มไปด้วย อาคารสถาปัตยกรรมโบราณ ที่มีอายุกว่า 500 ปี รวมถึง โบสถ์ประจำเมือง ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ เปี่ยมด้วยเสน่ห์ของวิถีชีวิตดั้งเดิม นำท่านเดิน ชมบริเวณริม ทะเลสาบซุก (Lake Zug) ซึ่งรัฐบาลท้องถิ่นได้จัดทำพื้นที่ชมชีวิตใต้น้ำ โดยติดตั้ง จุดแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืด ที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบให้ได้ศึกษาและเพลิดเพลินกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลายที่รายล้อมด้วยขุนเขาและอากาศบริสุทธิ์ จากนั้นเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น (Luzern) เมืองลูเซิร์นถือเป็นหนึ่งในเมืองที่งดงามและมีเสน่ห์ที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยทัศนียภาพที่สวยงามของทะเลสาบและภูเขาโดยรอบ ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี นำท่านชมและถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับ อนุสาวรีย์สิงโต (Lion Monument) หรือ Lwendenkmal ที่เรียกว่า เลอเวินเด็งค์มาล หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองลูเซิร์น อนุสาวรีย์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญและความซื่อสัตย์ของทหารรับจ้างชาวสวิส ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องพระราชวังตุยเลอรี (Tuileries Palace) ระหว่างเหตุการณ์ปฏิวัติฝรั่งเศส เมื่อปี ค.ศ. 1792 นำท่านเดินทางสู่ สะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองลูเซิร์น และได้รับการยกย่องว่าเป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 สะพานแห่งนี้ทอดยาวข้ามแม่น้ำรูสส์ (Reuss River) มีความโดดเด่นด้วยโครงสร้างไม้ที่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิม และหลังคาทรงลาดที่ปกคลุมตลอดแนวสะพาน ภายในประดับด้วยภาพวาดสามเหลี่ยมซึ่งสื่อถึงประวัติศาสตร์ของเมืองและเหตุการณ์สำคัญทางศาสนาในอดีต
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร เมนูพิเศษ!!! อาหารไทยรสชาติถึงใจ
ที่พัก : Hotel Astoria Luzern // AMERON Luzern Hotel Flora หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทาสู่ “เมืองแองเกิลเบิร์ก” หมู่บ้านสวยในหุบเขาเทือกเขาแอลป์กลางของสวิตเซอร์แลนด์ จากนั้นนำท่านขึ้นสู่ “ยอดเขาทิตลิส” มีความสูงถึง 3,238 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นหนึ่งในจุดชมวิวและจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสหิมะและทิวทัศน์ของเทือกเขาแอลป์ตลอดทั้งปี การขึ้นสู่ยอดเขาสามารถทำได้อย่างสะดวกผ่าน กระเช้าลอยฟ้าจากเมืองแองเกิลเบิร์ก (Engelberg) ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของภูเขา ไฮไลต์สำคัญของที่นี่คือ กระเช้า Titlis Rotair — กระเช้าลอยฟ้าหมุนได้ รอบตัวเอง 360 องศา แห่งแรกของโลก ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถชมวิวโดยรอบได้อย่างเต็มที่ตลอดเส้นทางขึ้นเขา เมื่อถึงยอดเขา นักท่องเที่ยวจะได้พบกับจุดเด่นอีกหนึ่งอย่างคือ สะพานแขวนสำหรับเดินข้ามหุบเขา ที่มีความยาว 98 เมตร และตั้งอยู่ เหนือพื้นหุบเขากว่า 500 เมตร ซึ่งถือเป็น สะพานแขวนที่อยู่สูงที่สุดในทวีปยุโรป ให้ประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและท้าทาย พร้อมทิวทัศน์อันตระการตาของภูเขาน้ำแข็งและหุบเหวเบื้องล่าง นำท่านชม “ถ้ำน้ำแข็งทิตลิส” (Titlis Glacier Cave) คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดบนยอดเขาทิตลิส ตั้งอยู่ลึกลงไปใต้ผิวธารน้ำแข็งกว่า 20 เมตร มีอุณหภูมิภายในคงที่อยู่ที่ประมาณ –1.5C ตลอดทั้งปี มอบประสบการณ์ความหนาวเย็นสุดขั้วในโลกของน้ำแข็งที่เก่าแก่กว่า 5,000 ปี
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนเขาทิตลิสพร้อมชมวิวแบบ PANORA !!!
หลังอาหารนำท่านลงจากยอดเขาทิตลิส นำท่านเดินทางสู่ เมืองเวอเวย์ (Vevey) โดยเส้นทางจะเลียบไปตามริม ทะเลสาบเจนีวา ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของยุโรป ตลอดการเดินทาง ท่านจะได้สัมผัสกับทัศนียภาพอันงดงามของผืนน้ำกว้างไกลและเทือกเขาแอลป์ที่ทอดตัวเป็นฉากหลัง นำท่านแวะ ถ่ายภาพกับ “ส้อมยักษ์” (The Fork – Alimentarium) ประติมากรรมสแตนเลสขนาดใหญ่ที่ปักอยู่กลางทะเลสาบเจนีวา สัญลักษณ์อันโดดเด่นของเมืองเวอเวย์ ที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองพิพิธภัณฑ์อาหาร Alimentarium ซึ่งจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารและโภชนาการจากทั่วโลก จากนั้นนำท่านชมและถ่ายภาพกับ “อนุสาวรีย์ชาลี แชปปลิ้น” (Charlie Chaplin Statue) นักแสดงตลกชื่อก้องโลก ซึ่งเลือกใช้ชีวิตบั้นปลายในเมืองเวอเวย์แห่งนี้ อนุสาวรีย์ตั้งอยู่บริเวณริมทะเลสาบท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงาม และถือเป็นหนึ่งใน แลนด์มาร์กสำคัญของเมืองเวอเวย์ ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดในการมาเยือน นอกจากนี้ท่านยังมีโอกาสเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของทะเลสาบเจนีวาและเทือกเขาแอลป์ในมุมมองที่น่าประทับใจ นำทุกท่านออกเดินทางสู่ เมืองโลซานน์ (Lausanne) เมืองสำคัญตั้งอยู่บนฝั่งเหนือของทะเลสาบเจนีวา เมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรมและธรรมชาติอันงดงาม ท่านจะได้ชื่นชมบรรยากาศเมืองที่ผสมผสานความทันสมัยและประวัติศาสตร์ได้อย่างลงตัว นำทุกท่านเดินทางไปยัง ศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งตั้งอยู่ภายในพื้นที่สวนสาธารณะเดอน็องตู (Parc Denantou) เมืองโลซานน์ (Lausanne) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ศาลาแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นด้วย ไม้ตะเคียนและไม้สัก อันเป็นวัสดุธรรมชาติที่สะท้อนเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมไทยโบราณได้อย่างวิจิตรบรรจงการก่อสร้างศาลาไทยแห่งนี้จัดขึ้น เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมฉลองพระราชพิธีครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 75 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยและสมาพันธรัฐสวิส เมื่อปี พ.ศ. 2549ศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ หากยังเป็นสถานที่ที่สื่อถึงศิลปวัฒนธรรมไทยได้อย่างโดดเด่นท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นริมทะเลสาบเจนีวา แวะให้ทุกท่านได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกบริเวณด้านหน้าของ พิพิธภัณฑ์โอลิมปิก (The Olympic Museum) ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองโลซานน์ (Lausanne) ริมฝั่งเหนือของทะเลสาบเจนีวา พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นสถานที่รวบรวมประวัติศาสตร์และเรื่องราวของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกจากอดีตจนถึงปัจจุบัน จากนั้นนำท่านออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ “เมืองเจนีวา”
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Appart'City Confort หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ อนุสาวรีย์เก้าอี้ 3 ขา หรือ “เก้าอี้ชำรุด” (Broken Chair) แลนด์มาร์คชื่อดังประจำเมืองเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ อนุสาวรีย์เก้าอี้ 3 ขา ได้รับการออกแบบโดยศิลปินชาวสวิสชื่อ แดเนียล แบร์เซ็ต (Daniel Berset ) และก่อสร้างขึ้นโดยช่างไม้คือ หลุยส์ เจนีวา (Louis Geneva) อนุสาวรีย์เก้าอี้ 3 ขา สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1997 เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการลงนามสนธิสัญญาระหว่างประเทศเรื่องการห้ามใช้ระเบิดคลัสเตอร์ ซึ่งมีการลงนามที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ เมื่อเดือนธันวาคมปี ค.ศ. 2008 จากนั้นพาทุกท่านถ่ายภาพ องค์การสหประชาชาติ เจนีวา (United Nations of Geneva) เป็นหนึ่งในสำนักงานภูมิภาคที่สำคัญขององค์การสหประชาชาติ ตั้งอยู่ภายในอาคาร Palais des Nations ใจกลางนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อาคารแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมแบบโรมันประยุกต์ (Neoclassical) อันโดดเด่น สร้างขึ้นในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 เพื่อเป็นที่ทำการของ องค์การสันนิบาตชาติ (League of Nations) ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศรุ่นก่อนของสหประชาชาติ ถือเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญเชิงสัญลักษณ์ด้านสันติภาพและความร่วมมือระหว่างประเทศของโลก ภายในอาคารแห่งนี้เป็นที่ตั้งขององค์กรระหว่างประเทศหลายแห่งที่มีบทบาทสำคัญต่อสังคมโลก อาทิองค์การอนามัยโลก (WHO),องค์การการค้าโลก (WTO),สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ นำท่านชมและเก็บภาพความงดงามของ ทะเลสาบเจนีวา พร้อมชม น้ำพุเจ็ทโด (Jet d’eau) น้ำพุพลังแรงดันสูงที่สามารถส่งน้ำพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงถึง 140 เมตร ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญประจำเมืองเจนีวา
จากนั้นนำท่านถ่ายภาพกับ นาฬิกาดอกไม้ (L'Horloge Fleurie) อันประณีตที่ตั้งอยู่ภายใน สวนอังกฤษ (Jardin Anglais) ริมทะเลสาบเจนีวา ซึ่งประดับประดาด้วยไม้ดอกไม้ประดับหลากสีสันตลอดปี สื่อถึงความสำคัญและความเชี่ยวชาญของเมืองเจนีวาในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมนาฬิกาชั้นนำของโลก มีเวลาให้ท่านได้เดินเล่นช้อปปิ้งบริเวณริมทะเลสาบเจนีวา ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในถนนสายช้อปปิ้งที่หรูหราและมีชื่อเสียงมากที่สุดอีกแห่งหนึ่ง เรียงรายไปด้วยร้านแบรนด์เนมระดับโลก ร้านนาฬิกาสวิสชั้นนำ และห้างสรรพสินค้าหรูหรา
ได้เวลานัดหมายอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ สนามบินเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินทางกลับสู่ประเทศไทย
15.25 น. ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ เที่ยวบินที่ QR016
23.25 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติฮามัด (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
02.30 น. นำท่านออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดย สายการบิน Qatar Airway QR836 เดินทางเหนือระดับด้วยบริการระดับเวิลด์คลาสตลอดเส้นทาง
13.05 น. เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ จบทริปสุดประทับใจ พร้อมความทรงจำอันงดงามจากการเดินทาง

185/20 หมู่บ้านเดอะคอนเนค 32 ซอยลาดพร้าว 126 (กรัณฑ์พร)
แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา