
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 11 ก.ค. 69 - 18 ก.ค. 69 | 89,900 บาท | 18,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 25 ก.ค. 69 - 01 ส.ค. 69 | 89,900 บาท | 18,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 08 ส.ค. 69 - 15 ส.ค. 69 | 89,900 บาท | 18,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 18 ก.ย. 69 - 25 ก.ย. 69 | 82,900 บาท | 18,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 07 ต.ค. 69 - 14 ต.ค. 69 | 82,900 บาท | 18,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 21 ต.ค. 69 - 28 ต.ค. 69 | 82,900 บาท | 18,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
16.30 น. คณะผู้เดินทางพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ Q สายการบิน Qatar Airway โดยมีเจ้าหน้าที่มืออาชีพคอยให้การต้อนรับ และ อำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิดตลอดกระบวนการเช็คอิน
19.40 น. ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ เที่ยวบินที่ QR835
22.15 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติฮามัด (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
01.35 น. นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน โดย สายการบิน Qatar Airway เที่ยวบินที่ QR137 เดินทางเหนือระดับด้วยบริการระดับเวิลด์คลาสตลอดเส้นทาง
(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง)
07.30 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าแห่งแคว้นคาตาโลเนีย หนึ่งในเมืองสำคัญของประเทศสเปนที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ทางศิลปะ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมอันหลากหลาย จากนั้นนำทุกท่านเข้าชม มหาวิหารซากราด้า ฟามิเลีย (Sagrada Famlia) *** หากมีผู้เข้าชมเป็นจำนวนมากจนไม่สามารถจัดหาคิวในการเข้าชมได้ ขออนุญาตคืนเงินท่านละ 25 ยูโร เพื่อมิให้กระทบต่อเวลาในการท่องเที่ยวยังสถานที่อื่นๆ ภายในโปรแกรมทัวร์ **** หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองบาร์เซโลนา และผลงานชิ้นเอกของ อันโตนี เกาดี (Antoni Gaud) สถาปนิกชื่อก้องโลกผู้เปลี่ยนโฉมหน้าวงการสถาปัตยกรรมโลกด้วยแนวคิดอันแปลกใหม่ มหาวิหารแห่งนี้เริ่มต้นการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1882 และยังคงอยู่ระหว่างการก่อสร้างมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยรูปแบบที่งดงามและล้ำจินตนาการ สะท้อนแนวคิดแห่งความศรัทธาในศาสนาและธรรมชาติผ่านเส้นสายที่พลิ้วไหว ซับซ้อน และเปี่ยมด้วยความหมาย ซากราด้า ฟามิเลีย มีความสูงถึง 170 เมตร และเมื่อสร้างแล้วเสร็จ จะเป็นโบสถ์คริสต์ที่สูงที่สุดในโลก องค์ประกอบต่าง ๆ ของมหาวิหารถูกรังสรรค์ด้วยความพิถีพิถัน ทั้งในด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม เป็นผลงานชั้นยอดของ อันโตนี เกาดี้ สถาปนิกที่มีชื่อเสียงที่สุดของบาร์เซโลน่า นำทุกท่านเดินถ่ายภาพบริเวณด้านหน้า คาซา มิลา (Casa Mil) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ลา เปดรา” (La Pedrera) หนึ่งในผลงานชิ้นเอกของ อันโตนี เกาดี (Antoni Gaud) สถาปนิกผู้มีชื่อเสียงระดับโลก อาคารแห่งนี้เป็นอพาร์ตเมนต์ที่ออกแบบขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1906 – 1912 และถือเป็นอาคารที่พักอาศัยหลังสุดท้ายที่เกาดีออกแบบด้วยตนเอง สถาปัตยกรรมของคาซา มิลา โดดเด่นด้วยรูปทรงที่ลื่นไหล ไร้เส้นตรง สะท้อนถึงแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในงานออกแบบทั้งหมดของเกาดี อาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบาร์เซโลนาและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสคาตาลุนญา (PLAZA DE CATALUNYA) ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของเมืองบาร์เซโลนาอย่างแท้จริง จัตุรัสแห่งนี้ถูกเปิดอย่างเป็นทางการโดย พระเจ้าอัลฟองโซที่ 13 แห่งสเปน ในปี ค.ศ. 1927 บริเวณนี้เคยเป็นเพียงที่ดินเปล่าหน้าประตูเมืองเก่าที่มีกำแพงล้อมรอบ ก่อนจะได้รับการพัฒนาให้กลายเป็นศูนย์รวมความเจริญ ทั้งในด้านการคมนาคม พาณิชยกรรม และวัฒนธรรม ปัจจุบันจัตุรัสคาตาลุนญาเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ร้านอาหาร และร้านค้าต่าง ๆ มากมาย ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักและมีชีวิตชีวา
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ มอนต์เซอร์รัต (Montserrat) แคว้นคาตาโลเนีย หนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และศาสนาที่เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งประเทศสเปน มอนต์เซอร์รัตเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการยกย่องทั้งในด้านความงดงามทางธรรมชาติและความสำคัญทางวัฒนธรรม ภูมิประเทศอันโดดเด่นประกอบกับสถาปัตยกรรมอันวิจิตรตระการตา ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางที่นักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลกต่างใฝ่ฝันที่จะมาเยือน นำทุกท่านเดินทางขึ้นสู่ ยอดเขามอนต์เซอร์รัต (Montserrat) หนึ่งในภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพนับถือมากที่สุดแห่งหนึ่งของแคว้นคาตาโลเนีย ประเทศสเปน ด้วยความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 1,200 เมตร ยอดเขาแห่งนี้โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของภูเขาหินปูนที่มีลักษณะหยักเป็นแท่งๆ สูงตระหง่านคล้ายฟันเลื่อย ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจของชื่อ “Montserrat” ที่แปลว่า “ภูเขาที่ถูกเลื่อย” บนยอดเขาแห่งนี้เป็นที่ตั้งของมหาวิหารซานตามาเรีย เดอ มอนต์เซอร์รัต (Benedictine Monastery of Santa Maria de Montserrat) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีความสำคัญทางศาสนาและวัฒนธรรมมายาวนาน โดยเป็นศูนย์กลางแห่งจิตวิญญาณและเป็นที่ประดิษฐานของ “พระแม่มารีดำ” หรือ “ลา มอเรเนตา” (La Moreneta) ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวคาทอลิกทั่วภูมิภาค เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของทริป ที่จะพาท่านชมวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่รอบด้านได้อย่างเต็มตา นำท่านเดินทางสู่ อันดอร์รา ลา เวลลา (Andorra la Vella) เมืองหลวงเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาของประเทศ อันดอร์รา (Andorra) บนความสูงประมาณ 1,023 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ในแนวเทือกเขา พิเรนีส (Pyrenees) ระหว่างประเทศ สเปน (Spain) และ ฝรั่งเศส (France) เมืองแห่งนี้มีบรรยากาศงดงามท่ามกลางธรรมชาติของขุนเขา และถือเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ โดยอุตสาหกรรมหลักคือด้านการท่องเที่ยวและการค้า เนื่องจากอันดอร์รามีชื่อเสียงในฐานะแหล่งช้อปปิ้งปลอดภาษี (Duty Free) นอกจากนี้ยังมีสินค้าพื้นเมืองที่น่าสนใจ เช่น เฟอร์นิเจอร์ งานหัตถกรรม และบรั่นดีท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาค
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Roc Blanc Hotel // Hotel Mgic Andorra หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองการ์กาซอน (Carcassonne) เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ทางตอนใต้ของประเทศ ฝรั่งเศส เมืองแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยก่อนยุคโรมัน และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเมืองป้อมปราการยุคกลางที่โดดเด่นที่สุดของยุโรป นำท่านเที่ยวชม ป้อมปราการการ์กาซอน (Cit de Carcassonne) เมืองเก่าที่ล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองโบราณขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง โดยตัวเมืองแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ Cit de Carcassonne เมืองเก่าที่มีกำแพงล้อมรอบ และ Ville Basse เมืองใหม่ที่ตั้งอยู่บริเวณด้านล่างรอบนอกของตัวเมืองเก่า ระหว่างทางนำท่านผ่านชม สะพานวิเยอ (Pont Vieux) สะพานหินเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ข้ามแม่น้ำ โอด (Aude) ก่อนเข้าสู่เขตป้อมปราการยุคกลางอันยิ่งใหญ่ ภายในป้อมปราการประกอบด้วยกำแพงเมืองขนาดใหญ่ถึง สองชั้น และหอคอยกว่า 53 หอ ที่ล้อมรอบปราสาทและอาคารสำคัญต่าง ๆ ภายในยังมีถนนสายเล็ก ๆ และโบสถ์สไตล์โกธิคที่สะท้อนบรรยากาศของเมืองในยุคกลางได้อย่างชัดเจน อีกหนึ่งจุดสำคัญคือ ปราสาทโบราณที่ตั้งอยู่ภายในกำแพงเมือง ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของเมืองการ์กาซอนในยุคกลาง และต่อมาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) ในปี ค.ศ. 199
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเที่ยวชม เมืองนีมส์ (Nmes) เมืองเก่าแก่ทางตอนใต้ของประเทศ ฝรั่งเศส (France) ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานย้อนกลับไปถึงยุค จักรวรรดิโรมัน (Roman Empire) เมืองแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางสำคัญในอดีต นำท่านชมภายนอก อารีนาแห่งนีมส์ (Arnes de Nmes) อัฒจันทร์โรมันโบราณขนาดใหญ่ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ และเคยใช้จัดการแสดงและการแข่งขันในสมัยโรมัน สร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 1 ในสมัยของ Roman Empire เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดการแสดง การแข่งขัน และการต่อสู้ของนักสู้กลาดิเอเตอร์ จากนั้นนำท่านชม วิหารเมซง การ์เร (Maison Carre) วิหารโรมันโบราณที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในวิหารโรมันที่อนุรักษ์ไว้ได้ดีที่สุดในโลก ด้วยความงดงามและสภาพที่ยังคงสมบูรณ์ วิหารเมซง การ์เรจึงกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองนีมส์ และเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนถึงอิทธิพลของอารยธรรมโรมันในดินแดนฝรั่งเศสในอดีต
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Appartcity Collection Nimes Arene // Htel and Spa Vatel หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านแวะถ่ายภาพกับสะพานส่งน้ำโบราณ สะพานปงดูว์การ์ Pont du Gard สร้างขึ้นในสมัยโรมันที่ยิ่งใหญ่ โดยสะพานแห่งนี้ทอดข้ามแม่น้ำ Gardon River และเป็นส่วนหนึ่งของระบบส่งน้ำโบราณที่ใช้ลำเลียงน้ำไปยังเมือง Nmes ระบบส่งน้ำดังกล่าวมีความยาวรวมกว่า 50 กิโลเมตร เพื่อนำน้ำจากบริเวณเมือง Uzs มายังเมืองนีมส์ นักประวัติศาสตร์คาดว่าสะพานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วง คริสต์ศตวรรษที่ 1 และถือเป็นหนึ่งในสะพานส่งน้ำสมัยโรมันที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยความยิ่งใหญ่ทางวิศวกรรมและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สะพานปงดูว์การ์จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1985 และกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศฝรั่งเศสในปัจจุบัน นำท่านเดินทางสู่ เมืองอาวีญง (Avignon) เมืองอาวีญงได้รับสมญานามว่า “เมืองแห่งพระสันตะปาปา” เนื่องจากในอดีตเคยเป็นสถานที่ประทับของ Pope รวมถึงพระสันตะปาปาเท็จ (Antipope) ในช่วงปี ค.ศ. 1309 – ค.ศ. 1423 ระหว่างเหตุการณ์ Western Schism ซึ่งเป็นช่วงความแตกแยกครั้งสำคัญของคริสตจักรคาทอลิก เมืองของฝรั่งเศสที่ยังคงมีกำแพงเมืองโบราณล้อมรอบอย่างสมบูรณ์ พร้อมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น Palais des Papes พระราชวังของพระสันตะปาปา และ Pont d’Avignon สะพานโบราณอันเป็นสัญลักษณ์ของเมือง
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ หมู่บ้านกอร์เดส (Gordes) ซึ่งได้รับการโหวตให้เป็นหนึ่งในหมู่บ้านบนเนินเขาที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งของฝรั่งเศสตอนใต้ และยังเป็นหมู่บ้านที่มีเสน่ห์โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของแคว้นโพรวองซ์ ภายในหมู่บ้านเต็มไปด้วยถนนหินโบราณคดเคี้ยวผ่านบ้านเรือนหินเก่าแก่ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี รวมถึงโบสถ์และอาคารประวัติศาสตร์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของหมู่บ้านในยุคกลาง ให้ท่านได้เดินเล่นถ่ายภาพเก็บความสวยงามอันแสนประทับใจของเมือง จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ อาสนวิหารน็อทร์ดาม เดอ เซอนองก์ (Abbey of Notre-Dame de Snanque) เป็นอารามโบราณของคณะนักบวชซิสเตอร์เชียน (Cistercian) ตั้งอยู่ในหุบเขาใกล้กับหมู่บ้านกอร์เดส อารามแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1148 และถือเป็นหนึ่งในอารามยุคกลางที่ยังคงสภาพสมบูรณ์และงดงามที่สุดของแคว้นโพรวองซ์ ตัวอาคารสร้างด้วยหินแบบสถาปัตยกรรมโรมันเนสก์ (Romanesque) เรียบง่ายแต่สง่างาม สะท้อนวิถีชีวิตที่สมถะของนักบวชในอดีต สิ่งที่ทำให้สถานที่แห่งนี้มีชื่อเสียงไปทั่วโลก คือ ทุ่งลาเวนเดอร์ ที่ปลูกเรียงรายอยู่ด้านหน้าอาราม ซึ่งจะบานสะพรั่งในช่วงฤดูร้อน (ทุ่งลาเวนเดอร์ ประมาณ ปลายเดือนมิถุนายน - ต้นเดือนสิงหาคม) กลายเป็นภาพทิวทัศน์อันสวยงามและเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของภูมิภาคโพรวองซ์ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพและเยี่ยมชม นำท่านออกเดินทาง มุ่งหน้าสู่ McArthurGlen Designer Outlet Provence เอาท์เล็ตขนาดใหญ่ในแคว้นโพรวองซ์ ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ศูนย์รวมร้านค้าแบรนด์เนมชั้นนำระดับโลกมากกว่า 100 ร้านค้า ให้ท่านได้เลือกช้อปสินค้าแฟชั่น กระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับจากแบรนด์ดังต่าง ๆ ในราคาพิเศษแบบเอาท์เล็ต ลดราคาตลอดทั้งปี บรรยากาศของศูนย์การค้าได้รับการออกแบบในสไตล์หมู่บ้านโพรวองซ์ ให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง สวยงาม และเหมาะแก่การเดินเล่นช้อปปิ้งอย่างเพลิดเพลิน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเอ็กซองโพรวองซ์ (Aix-en-Provence)
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Mercure Beaumanoir // Novotel Aix en Provence Pont de l'Arc หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองวาลองโซล (Valensole) อีกหนึ่งเมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในแคว้นโพรวองซ์ ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลกในเรื่องของ ทุ่งลาเวนเดอร์ (Lavender Fields) (ทุ่งลาเวนเดอร์ ประมาณ ปลายเดือนมิถุนายน - ต้นเดือนสิงหาคม) อันกว้างใหญ่สุดสายตา ให้ท่านได้เก็บภาพความประทับใจกับทุ่งลาเวนเดอร์อีกครั้ง
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ หมู่บ้านมูสติเยร์ แซงต์-มารี (Moustiers-Sainte-Marie) เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีชื่อเสียงในแคว้น Provence-Alpes-Cte d’Azur ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่ท่ามกลางหน้าผาสูงและธรรมชาติอันงดงาม ใกล้กับบริเวณ แวร์ดง กอร์จ Verdon Gorge ซึ่งเป็นหุบเขาที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านออกเดินทางสู่ แวร์ดง กอร์จ Verdon Gorge เป็นหุบเขาลึกขนาดใหญ่ที่สวยงามและยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป หุบเขาแห่งนี้เกิดจากการกัดเซาะของแม่น้ำ Verdon River จนเกิดเป็นหน้าผาหินปูนสูงชันตลอดแนวยาวประมาณ 25 กิโลเมตร และลึกมากกว่า 700 เมตร น้ำในแม่น้ำมีสีเขียวมรกตใสสวยงาม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้สถานที่แห่งนี้ได้รับฉายาว่า “Grand Canyon แห่งยุโรป” ให้ท่านได้ถ่ายภาพจุดชมวิวอันน่าประทับใจ จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองแซ็ง-โตรเป (Saint-Tropez) เมืองตากอากาศชื่อดังริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ที่เคยเป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ก่อนจะกลายมาเป็นจุดหมายปลายทางสุดหรูของเหล่าศิลปิน ดารา และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เมื่อเดินทางถึง นำท่านสัมผัสบรรยากาศอันมีเสน่ห์ของเมืองท่าริมทะเล ชมท่าเรือยอชต์สุดหรูที่เรียงรายเคียงคู่กับบ้านเรือนสีพาสเทลสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน เดินเล่นบริเวณ Vieux Port of Saint‑Tropez ท่าเรือเก่าแก่ที่เป็นหัวใจของเมือง รายล้อมด้วยคาเฟ่และร้านอาหารบรรยากาศโรแมนติก จากนั้นนำท่านถ่ายภาพกับแลนด์มาร์กสำคัญอย่าง Citadel of Saint‑Tropez ป้อมปราการโบราณที่ตั้งอยู่บนเนินเขา สามารถมองเห็นวิวเมืองและทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้อย่างสวยงามตระการตา จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองคานน์ (Cannes) เมืองตากอากาศริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่มีชื่อเสียงระดับโลก ตั้งอยู่บนชายฝั่ง เฟรนช์ ริเวล่า (French Riviera) ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส เมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องความหรูหรา บรรยากาศชายทะเลอันสวยงาม และเป็นสถานที่จัดเทศกาลภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นำท่านผ่านชมบริเวณ Boulevard de la Croisette ถนนเลียบชายหาดชื่อดังที่เต็มไปด้วยโรงแรมหรู ร้านบูติกแบรนด์เนม และทิวทัศน์ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสีฟ้าคราม นำท่านถ่ายภาพกับอาคาร Palais des Festivals et des Congrs สถานที่จัดงาน Cannes Film Festival อันโด่งดังระดับโลก สถานที่ที่มี บันไดพรมแดงแห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง ทุก ๆ ปีจะมีเหล่านักแสดง ผู้กำกับ และคนดังระดับโลกจากวงการภาพยนตร์เดินเฉิดฉายบนพรมแดง ท่ามกลางแสงแฟลชจากสื่อมวลชนและแฟนภาพยนตร์ที่มารอชมอย่างคับคั่ง จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองนีซ (Nice)
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : NH Nice // Novotel Nice Aroport Cap 3000 หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางสู่ หมู่บ้านเอเซ่ (Eze) หมู่บ้านโบราณบนยอดเขาที่มีเสน่ห์ราวกับเมืองในเทพนิยาย หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงเหนือทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จึงได้รับฉายาว่า “Eagle’s Nest Village” หรือหมู่บ้านรังนกอินทรี ด้วยทัศนียภาพอันงดงามของท้องทะเลสีฟ้าครามที่ทอดยาวสุดสายตา จากนั้นนำท่านชม เอกลิซ นอเทรอ-ดาม เดอ ลัสซงปซียง (glise Notre‑Dame de l’Assomption) โบสถ์คาทอลิกอันเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้านเอเซ่ ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 18 โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาโรกอันงดงาม ตัวอาคารใช้โทนสีเหลืองอ่อนอันเป็นเอกลักษณ์ ตัดกับบานประตูและหน้าต่างสีเขียว ดูโดดเด่นท่ามกลางบ้านหินโบราณของหมู่บ้าน บริเวณด้านหน้าประดับด้วยหอระฆังทรงคลาสสิก ภายในโบสถ์ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความสง่างาม พร้อมแท่นบูชาและงานศิลปะทางศาสนาที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์และความศรัทธาของชาวเมือง จากนั้นนำท่านเดินชมตรอกซอกซอยหินโบราณอันแสนโรแมนติก ซึ่งรายล้อมไปด้วยบ้านหินเก่าแก่ ร้านศิลปะ และร้านขายของที่ระลึก หากมีเวลา นำท่านเลือกซื้อผลิตภัณฑ์น้ำหอมและเครื่องหอมคุณภาพจาก Parfumerie Fragonard - Usine Laboratoire de ze โรงงานน้ำหอมชื่อดังใกล้หมู่บ้านเอเซ่ ประเทศฝรั่งเศส ภายในร้านมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำหอม สบู่ เครื่องหอม น้ำหอมปรับอากาศ และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของแคว้นโพรวองซ์ ให้ท่านได้เลือกซื้อเป็นของฝากหรือของที่ระลึก
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตาคาร
นำท่านออกเดินทางสู่ ประเทศโมนาโค (Monaco) ประเทศขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน บนชายฝั่ง เฟรนช์ ริเวล่า (French Riviera) และถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความหรูหราและมั่งคั่งมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เมืองรัฐอิสระที่มีชื่อเสียงด้านคาสิโนระดับโลก รถยนต์หรู เรือยอชต์ และงานแข่งขันรถสูตรหนึ่งอันโด่งดัง นำท่านเข้าชม วิหารโมนาโค (Monaco Cathedral) วิหารคาทอลิกสำคัญของประเทศโมนาโค ตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่า ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1875 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโรมัน-ไบแซนไทน์ที่สง่างาม โดดเด่นด้วยหินสีขาวจากแคว้นลา ตูร์บี (La Turbie) จากนั้นนำชม ปอร์ แอร์คูล (Port Hercule) ท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่และท่าเรือหลักของประเทศโมนาโก ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองและถือเป็นหนึ่งในท่าเรือยอชต์ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในแถบ เฟรนช์ ริเวล่า (French Riviera) บริเวณท่าเรือซึ่งเต็มไปด้วยเรือยอชต์สุดหรูจากทั่วโลกจอดเรียงรายอย่างสวยงาม รายล้อมด้วยอาคารสไตล์ยุโรป ร้านอาหาร และคาเฟ่บรรยากาศดี อีกทั้งยังเป็นจุดสำคัญของเส้นทางการแข่งขันรถสูตรหนึ่ง Monaco Grand Prix ที่มีชื่อเสียงระดับโลก หากมีเวลาให้ท่านได้เดินเล่นช้อปปิ้งบนถนน อาเวอนู เดอ มงเต-การ์โล (Av. de Monte-Carlo) ถนนสายสำคัญใจกลางย่าน Monte Carlo ในประเทศโมนาโค ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในถนนที่หรูหราที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป สองข้างทางรายล้อมไปด้วยโรงแรมหรู ร้านบูติกแบรนด์เนมระดับโลก และอาคารสไตล์ยุโรปสุดคลาสสิก บรรยากาศเต็มไปด้วยรถสปอร์ตหรูและผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลก ถนนสายนี้ยังอยู่ใกล้กับแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองอย่าง Monte Carlo Casino คาสิโนชื่อดังระดับโลกที่สะท้อนถึงความหรูหราและเสน่ห์ของโมนาโก ทำให้บริเวณนี้เป็นอีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเล่น ถ่ายภาพ และสัมผัสบรรยากาศเมืองตากอากาศระดับไฮเอนด์ของริเวียร่าจากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองนีซ (Nice)
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำท่านออกเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก
ที่พัก : NH Nice // Novotel Nice Aroport Cap 3000 หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม จัตุรัสเมสซิน่า (Place Massna) จัตุรัสใจกลางเมือง ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางสำคัญของเมืองและเป็นจุดนัดพบยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก จัตุรัสแห่งนี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอาคารสีแดง สไตล์อิตาเลียนที่เรียงรายอย่างสวยงาม ตัดกับพื้นลานหินลวดลายขาว-ดำอันเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งยังมีผลงานศิลปะร่วมสมัยเป็นรูปปั้นมนุษย์นั่งอยู่บนเสาสูง ซึ่งจะส่องสว่างด้วยแสงไฟหลากสีในยามค่ำคืน นำท่านถ่ายภาพคู่กับ น้ำพุพระอาทิตย์ (Fontaine du Soleil) แลนด์มาร์กสำคัญที่ตั้งอยู่บริเวณจัตุรัสเมสซิน่า น้ำพุแห่งนี้โดดเด่นด้วยรูปปั้นเทพเจ้าเทพอพอลโล เทพแห่งดวงอาทิตย์ในตำนานกรีก ยืนตระหง่านอยู่ตรงกลางน้ำพุ รายล้อมด้วยรูปปั้นเทพเจ้าแห่งท้องทะเลและโลกใต้สมุทร สื่อถึงความงดงามและพลังของธรรมชาติบริเวณรอบ ๆ น้ำพุเป็นลานกว้างที่สวยงาม เหมาะสำหรับการเก็บภาพความประทับใจ หากมีเวลาให้ท่านได้อิสระเดินเล่นและช้อปปิ้งบนถนน Rue de Paradis และ Avenue de Verdun ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง ถนนทั้งสองสายนี้เป็นย่านช้อปปิ้งสำคัญของเมือง เต็มไปด้วยร้านบูติก แบรนด์แฟชั่นระดับโลก ร้านเครื่องประดับ รวมถึงคาเฟ่และร้านอาหารบรรยากาศดี ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าแฟชั่น ของฝาก และของที่ระลึกตามอัธยาศัย พร้อมสัมผัสบรรยากาศเมืองตากอากาศริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่มีชีวิตชีวา
ได้เวลานัดหมายอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ สนามบินนานาชาตินีซ ประเทศฝรั่งเศส เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินทางกลับสู่ประเทศไทย
15.50 น. ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ เที่ยวบินที่ QR056
22.45 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติฮามัด (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
02.30 น. นำท่านออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดย สายการบิน Qatar Airway QR836เดินทางเหนือระดับด้วยบริการระดับเวิลด์คลาสตลอดเส้นทาง
13.25 น. เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ จบทริปสุดประทับใจ พร้อมความทรงจำอันงดงามจากการเดินทาง

185/20 หมู่บ้านเดอะคอนเนค 32 ซอยลาดพร้าว 126 (กรัณฑ์พร)
แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา