
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 09 พ.ย. 69 - 16 พ.ย. 69 | 79,900 บาท | 18,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
17.00 น. คณะผู้เดินทางพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ Q สายการบิน Qatar Airway โดยมีเจ้าหน้าที่มืออาชีพคอยให้การต้อนรับ และ อำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิดตลอดกระบวนการเช็คอิน
20.00 น ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ เที่ยวบินที่ QR835
22.55 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติฮามัด (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
00.45 น. นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินลิสบอน ประเทศโปรตุเกส โดย สายการบิน Qatar Airway เที่ยวบินที่ QR343 เดินทางเหนือระดับด้วยบริการระดับเวิลด์คลาสตลอดเส้นทาง
(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง)
06.55 น. เดินทางถึง สนามบินลิสบอน ประเทศโปรตุเกส นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและพิธีการทางศุลกากร และนำท่านขึ้นรถโค้ชเพื่อเดินทางสู่ แหลมโรก้า (Cabo da Roca) ซึ่งตั้งอยู่ ณ จุดปลายสุดทางทิศตะวันตกของทวีปยุโรป โดยตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติก ท่ามกลางทัศนียภาพที่งดงามของหน้าผาสูงชันและเกลียวคลื่นแห่งมหาสมุทรที่ซัดสาดสู่ฝั่งอย่างยิ่งใหญ่ แหลมโรก้านับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เปี่ยมด้วยความหมายทางภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ เป็นจุดที่นักเดินทางจากทั่วโลกต่างใฝ่ฝันจะได้มาเยือนสักครั้งหนึ่งในชีวิต ท่านสามารถเลือกซื้อประกาศนียบัตร (Certificate) เพื่อเป็นที่ระลึกจากการมาเยือนสถานที่แห่งนี้ โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณท่านละ 10 ยูโร หากท่านสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากหัวหน้าทัวร์ นำทุกท่านเดินทางสู่ เมืองซินตร้า (Sintra) เมืองตากอากาศอันงดงามที่ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขา ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระราชวังและสถาปัตยกรรมที่สวยงามทรงคุณค่า ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) นำท่านเดินชมเขตเมืองเก่า ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 สัมผัสบรรยากาศอันเงียบสงบของเมืองโบราณที่ยังคงความสวยงามด้วยอาคารสถาปัตยกรรมอันโดดเด่น และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมดั้งเดิม เพลิดเพลินกับการเดินชมทัศนียภาพอันน่าประทับใจของเมืองเก่าซินตร้า หนึ่งในเมืองที่งดงามที่สุดของประเทศโปรตุเกส นำทุกท่านเดินทางสู่กรุงลิสบอน (Lisbon) เมืองหลวงของประเทศโปรตุเกส ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเตโช (Tejo River) อันงดงาม กรุงลิสบอนเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 800 ปี และเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศ ระหว่างทางนำท่านชม “สะพาน 25 เมษายน” (Ponte 25 de Abril) ซึ่งเป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในทวีปยุโรป มีความโดดเด่นทั้งด้านวิศวกรรมและทัศนียภาพ เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญของกรุงลิสบอน
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำทุกท่านชม อนุสาวรีย์ดิสคัฟเวอรี่ (Padro dos Descobrimentos) ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1960 เพื่อรำลึกและเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 500 ปีแห่งการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายเฮนรีแห่งโปรตุเกส หรือที่รู้จักกันในพระนาม “เฮนรี เดอะ เนวิเกเตอร์” (Henry the Navigator) ผู้มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเดินเรือและการสำรวจทางทะเลของโปรตุเกสในยุคแห่งการค้นพบจากนั้นนำท่านแวะเก็บภาพความประทับใจกับ หอคอยเบเล็ง (Belm Tower) สถาปัตยกรรมที่งดงามริมแม่น้ำเตโช ซึ่งเดิมสร้างขึ้นกลางน้ำเพื่อใช้เป็นป้อมปราการในการควบคุมเส้นทางการเดินเรือเข้า-ออกกรุงลิสบอน โดยที่นี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการเดินเรือสำรวจของนักเดินเรือชื่อก้องโลก “วาสโก ดากามา” (Vasco da Gama) นำท่านชมภายนอกของ มหาวิหารเจอโรนิโมส์ (Jeronimos Monastery) มหาวิหารในสถาปัตยกรรมแบบโกธิกผสมเรอเนซองส์ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่วาสโก ดากามา ผู้ประสบความสำเร็จในการเดินเรือไปถึงประเทศอินเดียในปี ค.ศ.1498 มหาวิหารแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) และถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญของโปรตุเกส
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : SANA Metropolitan Hotel // Santa Iria Hotel หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำทุกเดินทางสู่ บาดาโฮซ (Badajoz) บาดาโฮซเป็นเมืองที่มีความสำคัญในด้านประวัติศาสตร์และยุทธศาสตร์มาตั้งแต่สมัยโบราณ ด้วยบทบาทเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างสองประเทศ และยังคงรักษาเสน่ห์ของเมืองเก่าไว้ผ่านป้อมปราการ กำแพงเมือง และสถาปัตยกรรมอันงดงามที่หลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน จากนั้นนำทุกท่านแวะถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ณ ป้อมปราการบาดาโฮซ (Puerta de Palmas) ซึ่งเป็นหนึ่งในโบราณสถานสำคัญและเป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของเมืองบาดาโฮซ สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันเมืองในยุคกลาง โดดเด่นด้วยหอคอยทรงกระบอกคู่และสถาปัตยกรรมแบบเรอเนซองส์ที่ยังคงสง่างามมาจนถึงปัจจุบัน บริเวณนี้เคยทำหน้าที่เป็นประตูเมืองหลัก และในอดีตยังใช้เป็นคุกอีกด้วย จากนั้นนำทุกท่านแวะถ่ายภาพ จัตุรัสพลาซ่า อัลตา (Plaza Alta) จัตุรัสหลักอันงดงามและมีชื่อเสียงที่สุดของเมืองบาดาโฮซ (Badajoz) ประเทศสเปน ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาของป้อมปราการโบราณลา อัลคาซาบา (La Alcazaba) จัตุรัสแห่งนี้มีความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรม โดยรอบล้วนรายล้อมด้วยอาคารที่มีลวดลายและสีสันบนผนังอันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลทางศิลปะในยุคต่าง ๆ ได้อย่างกลมกลืน ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวสำคัญที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ และเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด
จากนั้นนำทุกท่านถ่ายภาพ หอคอย (Torre Espantaperros) หอคอยเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณป้อมปราการลา อัลคาซาบา (La Alcazaba) แห่งเมืองบาดาโฮซ (Badajoz) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยชาวมัวร์ (Moorish) เพื่อใช้เป็นหอคอยสังเกตการณ์และป้องกันเมือง ชื่อ “Espantaperros” มีความหมายว่า “ขู่สุนัขให้ตกใจ” ซึ่งเป็นชื่อที่ชาวบ้านตั้งขึ้นในภายหลัง หอคอยแห่งนี้มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลแบบอาหรับ (Mudjar) โดดเด่นด้วยรูปทรงแปดเหลี่ยม และถือเป็นหนึ่งในโบราณสถานสำคัญที่สะท้อนถึงอดีตอันรุ่งเรืองของเมืองบาดาโฮซ จากนั้นนำทุกท่านแวะถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ณ ป้อมอัลคาซาบาแห่งบาดาโฮซ (Alcazaba de Badajoz) ป้อมปราการโบราณที่ตั้งอยู่บนเนินเขาใจกลางเมืองบาดาโฮซ สร้างขึ้นโดยชาวมัวร์ในศตวรรษที่ 9 เพื่อใช้เป็นทั้งศูนย์กลางทางการปกครองและฐานทัพป้องกันเมือง ป้อมแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในอัลคาซาบาที่ใหญ่ที่สุดบนคาบสมุทรไอบีเรีย ภายในยังคงหลงเหลือซากโบราณสถานต่าง ๆ รวมถึงกำแพงเมือง
จากนั้นนำทุกท่านชม ศาลาว่าการเมืองบาดาโฮซ (Badajoz City Hall) อาคารราชการสำคัญใจกลางเมือง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณจัตุรัส Plaza de la Constitucin โดยเป็นศูนย์กลางการบริหารงานของเทศบาลเมืองบาดาโฮซ ตัวอาคารมีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและงดงาม ด้วยรูปแบบนีโอคลาสสิกผสมผสานกับลวดลายประดับที่แสดงถึงเอกลักษณ์ท้องถิ่น ศาลาว่าการแห่งนี้ไม่เพียงเป็นที่ทำการของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ยังเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์และความเจริญของเมืองได้อย่างชัดเจน
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ เมืองเซวีญ่า (Sevilla) เมืองหลวงแห่งแคว้นอันดาลูเซีย ทางตอนใต้ของประเทศสเปน เมืองเซวีญ่าเป็นหนึ่งในเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศิลปกรรมของประเทศ จากนั้นนำทุกท่านแวะถ่ายภาพ จัตุรัสเอสปานา (Plaza de Espana) เมืองเซวีญ่า (Sevilla) หนึ่งในจัตุรัสที่สวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดของประเทศสเปน สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1928 เนื่องในงานมหกรรม Ibero-American Exposition ปี ค.ศ.1929 จัตุรัสแห่งนี้มีรูปทรงครึ่งวงกลมล้อมรอบด้วยอาคารสถาปัตยกรรมแบบเรอเนซองส์ผสมผสานสมัยใหม่ ตกแต่งด้วยเซรามิกหลากสีที่วิจิตรตระการตา สะพานสไตล์เวนิส และคลองที่ล้อมรอบกลางลานจัตุรัส
จากนั้นนำทุกท่านชม มหาวิหารเซวิลล์ (Catedral de Sevilla) หรือที่รู้จักในชื่อทางการว่า “อาสนวิหารนักบุญแมรีแห่งซี” (Cathedral of Saint Mary of the See) หนึ่งในสถานที่สำคัญทางศาสนาและประวัติศาสตร์ของเมืองเซบียา ประเทศสเปน มหาวิหารแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในมหาวิหารสถาปัตยกรรมแบบโกธิกที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 15 บนพื้นที่เดิมของมัสยิดเก่า ซึ่งยังคงอนุรักษ์หอคอย "ลาจิรัลดา" (La Giralda) ไว้เป็นสัญลักษณ์ร่วมระหว่างอารยธรรมอิสลามและคริสต์ได้อย่างกลมกลืน สถานที่แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก และถือเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่มาเยือนเซวีญ่า
จากนั้นนำทุกท่านแวะถ่ายภาพ พระราชวังอัลคาซาร์แห่งเซวีญ่า (Royal Alczar of Seville) เป็นพระราชวังเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในเมืองเซวีญ่า ประเทศสเปน นับเป็นหนึ่งในพระราชวังที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปยุโรปซึ่งยังคงใช้งานอยู่จนถึงปัจจุบัน พระราชวังแห่งนี้มีความสำคัญทั้งในด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรม โดยผสมผสานอิทธิพลของศิลปะแบบมุสลิม คริสต์ และเรอเนซองส์ไว้อย่างงดงาม ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เพื่อเป็นการอนุรักษ์คุณค่าอันโดดเด่นในระดับสากลของสถานที่แห่งนี้
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Silken Al-Andalus Palace // Hotel Sevilla Palmera หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองกอร์โดบา (Cordoba) หนึ่งในเมืองสำคัญทางตอนใต้ของประเทศสเปน ซึ่งตั้งอยู่ในแคว้นอันดาลูเซีย โดดเด่นด้วยวิถีชีวิตที่เน้นการเกษตรกรรมเป็นหลัก เมืองกอร์โดบาเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีรากฐานทางประวัติศาสตร์มาจากอารยธรรมของชาวมุสลิม นำท่านเข้าชม มัสยิดแห่งกอร์โดบา (Mosque of Crdoba) หรือที่รู้จักกันในชื่อ เมซกีต้า (Mezquita) หนึ่งในสถาปัตยกรรมอิสลามที่ยิ่งใหญ่และงดงามที่สุดของโลก ซึ่งต่อมาได้ถูกดัดแปลงเป็นมหาวิหารคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ภายในโดดเด่นด้วยแถวเสาอันสง่างามและซุ้มโค้งรูปเกือกม้าสลับสีแดงส้ม–ขาวที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมการตกแต่งด้วยกระเบื้องและลวดลายแบบมัวร์แท้ สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของอารยธรรมอิสลามในอดีตอย่างงดงาม
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง โทเลโด้ (Toledo) เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ในแคว้นคาสตีล-ลามันชา (Castilla-La Mancha) และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ. 1986 ด้วยความโดดเด่นทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมที่สะท้อนถึงการอยู่ร่วมกันของอารยธรรมคริสต์ มุสลิม และยิว นำท่านแวะถ่ายภาพ ประตูเมืองปูเอร์ตา เด บิซากรา (Puerta de Bisagra) ซึ่งเป็นหนึ่งในประตูเมืองที่มีความสำคัญที่สุดของโทเลโด ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเขตเมืองเก่า ตัวประตูได้รับการบูรณะในสมัยศตวรรษที่ 16 โดดเด่นด้วยหอคอยคู่และตราแผ่นดินของจักรวรรดิสเปน สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคงและเกียรติภูมิของเมืองในอดีต นำท่านชมภายนอก “มหาวิหารโตเลโด” เป็นหนึ่งในมหาวิหารอันยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศสเปน ถือเป็นมหาวิหารหลักของศาสนจักรโรมันคาทอลิกในสเปน เริ่มก่อสร้างเมื่อปี ค.ศ. 1226 แล้วเสร็จในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 15 โดยได้รับอิทธิพลจากศิลปะ โกธิกแบบฝรั่งเศส ผสานกับลักษณะเฉพาะของสเปนในยุคนั้น ภายในมหาวิหารยังเป็นแหล่งรวบรวมงานศิลปะชั้นสูงอีกมากมาย
นำท่านชม ป้อมอัลกาซาร์ (Alczar of Toledo) สัญลักษณ์สำคัญของเมืองโทเลโด ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บนจุดสูงสุดของเมือง ป้อมแห่งนี้เป็นผลงานสถาปัตยกรรมชิ้นเอกในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 16 โดยฝีมือของสถาปนิกผู้มีชื่อเสียงในยุคนั้น เคยใช้เป็นทั้งพระราชวัง ป้อมปราการ และสถานที่ทางการทหารในยุคต่าง ๆ สะท้อนถึงความสำคัญของโทเลโดในฐานะศูนย์กลางอำนาจและประวัติศาสตร์ของสเปน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงมาดริด (Madrid) เมืองหลวงของประเทศสเปน ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางคาบสมุทรไอบีเรีย (Iberian Peninsula) กรุงมาดริดถือเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศ อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวง พิพิธภัณฑ์ระดับโลก สถาปัตยกรรมอันงดงาม
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น พิเศษ!!! ให้ท่านได้ลิ้มลองอาหารประจำชาติสเปน “ข้าวผัดสเปน” อาหารจานเอกของประเทศสเปนที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก โดยถือเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันสำคัญ ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิต ความเรียบง่าย และความรักในการรวมกลุ่มของชาวสเปน
จากนั้นให้ท่านได้ชม “ระบำฟลามิงโก้” ศิลปะการแสดงอันทรงเสน่ห์ของประเทศสเปน ที่ผสมผสานการร้องเพลง, การเล่นกีตาร์, การเต้นระบำ และจังหวะปรบมือ เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน อีกทั้งยังได้มีการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ทั้งความรัก ความเศร้า ความหวัง และพลังชีวิต ผ่านท่าทางที่สง่างาม การเคลื่อนไหวที่ทรงพลัง และจังหวะที่เร้าใจ เสียงร้องที่เปล่งออกมานั้น เปรียบเสมือนบทกวีที่เล่าขานเรื่องราวของชีวิตอย่างจริงใจและซาบซึ้ง ในปี ค.ศ. 2010 ยูเนสโก (UNESCO) ได้ขึ้นทะเบียนฟลามิงโก้เป็น "มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ"
ที่พัก : Holiday Inn Madrid // Marriott Auditorium Hotel & Conference Center หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางเข้าสู่ พลาซ่า มายอร์ (Plaza Mayor) จัตุรัสกลางเมืองที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศสเปน ตั้งอยู่ใจกลางกรุงมาดริด และเป็นสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศทางประวัติศาสตร์อันยาวนาน โดยเริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ. 1619 พลาซ่า มายอร์เคยเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมสำคัญหลากหลาย ทั้งพิธีทางศาสนา ตลาดนัด การเฉลิมฉลอง ตลอดจนพิธีราชสำนักแม้จะต้องเผชิญกับเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ถึงสามครั้งในปี ค.ศ. 1631, 1670 และ 1790 แต่จัตุรัสแห่งนี้ก็ได้รับการบูรณะและปรับปรุงมาอย่างต่อเนื่อง จนแล้วเสร็จสมบูรณ์ในรูปแบบปัจจุบันเมื่อปี ค.ศ. 1854
นำท่านเข้าชม พระราชวังหลวงแห่งกรุงมาดริด (Royal Palace of Madrid) (ขอสงวนสิทธิ์ในการงดเข้าชมภายในพระราชวัง ในกรณีที่มีการจัดพิธีการสำคัญหรือกิจกรรมของราชสำนัก โดยอาจปรับเปลี่ยนโปรแกรมเข้าชมพระราชวังอื่นแทน) พระราชวังหลวงแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาริมแม่น้ำแมนซานาเรส (Manzanares) โดดเด่นด้วยความโอ่อ่า สง่างาม และงดงามไม่แพ้พระราชวังใดในทวีปยุโรป เริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ. 1738 ด้วยวัสดุหินทั้งหลัง ภายใต้สถาปัตยกรรมแบบบาร็อคผสมผสานระหว่างศิลปะฝรั่งเศสและอิตาเลียนอย่างลงตัว ภายในพระราชวังประกอบด้วยห้องต่าง ๆ มากกว่า 2,830 ห้อง ที่ได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ทั้งยังเป็นที่เก็บรักษาผลงานศิลปะชิ้นสำคัญจากจิตรกรชื่อดังในยุคนั้น
ชมด้านหน้า สนามฟุตบอล ซานเตียโก เบร์นาเบว (Estadio Santiago Bernabu) คือสนามเหย้าของทีม รีล มาดริด (Real Madrid) หนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในใจกลางกรุง มาดริด ประเทศสเปน
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองซาราโกซ่า (Zaragoza) เมืองแห่งประวัติศาสตร์อันรุ่งเรือง อดีตเมืองหลวงของอาณาจักรอารากอน (Kingdom of Aragon) ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศสเปนบนริมฝั่งแม่น้ำเอโบร (Ebro River) อันเงียบสงบ ระหว่างการเดินทาง ท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่สวยงามและหลากหลายของภูมิประเทศตอนกลางของสเปน ทั้งทุ่งราบ ทิวเขา และหมู่บ้านน่ารักที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ จากนั้นแวะถ่ายภาพ มหาวิหารแม่พระแห่งเสาศักดิ์สิทธิ์ หรือที่รู้จักกันในนาม “ซานตา มาเรีย เดล ปีล่าร์” (Santa Mara del Pilar) หนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่งของโลกคริสต์ศาสนา ตั้งอยู่ ณ ใจกลางเมืองซาราโกซ่า ตามตำนานในยุคแรกของพระศาสนจักร เล่าขานว่า อัครสาวกยาคอบ หรือที่รู้จักในนาม เซนต์เจมส์ ขณะเดินทางเผยแพร่พระธรรมในดินแดนฮิสปาเนีย (สเปนในปัจจุบัน) กลับไม่ได้รับการตอบรับเท่าที่ควร วันหนึ่งท่านได้ประจักษ์นิมิตเห็น พระแม่มารี ปรากฏพระองค์อยู่บนเสาศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งแบกมาด้วยหมู่เทวทูต และพระนางได้ชักชวนท่านให้เดินทางกลับกรุงเยรูซาเล็ม ภายหลังเชื่อกันว่า เสาในนิมิตนั้นคือเสาศักดิ์สิทธิ์ต้นเดียวกันที่ประดิษฐานอยู่ ณ ที่แห่งนี้ คริสต์ศาสนิกชนจึงพร้อมใจกันเดินทางมาแสวงบุญ กราบไหว้ขอพรพระแม่มารีให้หายจากอาการเจ็บป่วย นำท่านชม จัตุรัส PLAZA DEL PILAR สถานที่สำหรับการเดินชมเมือง โบสถ์ วิหาร ซึ่งจัตุรัสแห่งนี้เป็นจัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปด้วย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : ZENTRAL AVE ZARAGOZA HOTEL // Zaragoza Los Enlaces Estacin หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ มอนต์เซอร์รัต (Montserrat) แคว้นคาตาโลเนีย หนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และศาสนาที่เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งประเทศสเปน มอนต์เซอร์รัตเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการยกย่องทั้งในด้านความงดงามทางธรรมชาติและความสำคัญทางวัฒนธรรม ภูมิประเทศอันโดดเด่นประกอบกับสถาปัตยกรรมอันวิจิตรตระการตา ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางที่นักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลกต่างใฝ่ฝันที่จะมาเยือน นำทุกท่านเดินทางขึ้นสู่ ยอดเขามอนต์เซอร์รัต (Montserrat) โดยกระเช้า หนึ่งในภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพนับถือมากที่สุดแห่งหนึ่งของแคว้นคาตาโลเนีย ประเทศสเปน ด้วยความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 1,200 เมตร ยอดเขาแห่งนี้โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของภูเขาหินปูนที่มีลักษณะหยักเป็นแท่งๆ สูงตระหง่านคล้ายฟันเลื่อย ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจของชื่อ “Montserrat” ที่แปลว่า “ภูเขาที่ถูกเลื่อย” บนยอดเขาแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ มหาวิหารซานตามาเรีย เดอ มอนต์เซอร์รัต (Benedictine Monastery of Santa Maria de Montserrat) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีความสำคัญทางศาสนาและวัฒนธรรมมายาวนาน โดยเป็นศูนย์กลางแห่งจิตวิญญาณและเป็นที่ประดิษฐานของ “พระแม่มารีดำ” หรือ “ลา มอเรเนตา” (La Moreneta) ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวคาทอลิกทั่วภูมิภาค เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของทริป ที่จะพาท่านชมวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่รอบด้านได้อย่างเต็มตา
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำทุกท่านเดินทางสู่ เมืองบาร์เซโลน่า (Barcelona) เมืองหลวงแห่งแคว้นคาตาโลเนีย หนึ่งในเมืองสำคัญของประเทศสเปนที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ทางศิลปะ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมอันหลากหลาย นำทุกท่านเดินถ่ายภาพบริเวณด้านหน้า คาซา มิลา (Casa Mil) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ลา เปดรา” (La Pedrera) หนึ่งในผลงานชิ้นเอกของ อันโตนี เกาดี (Antoni Gaud) สถาปนิกผู้มีชื่อเสียงระดับโลก อาคารแห่งนี้เป็นอพาร์ตเมนต์ที่ออกแบบขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1906 – 1912 และถือเป็นอาคารที่พักอาศัยหลังสุดท้ายที่เกาดีออกแบบด้วยตนเอง สถาปัตยกรรมของคาซา มิลา โดดเด่นด้วยรูปทรงที่ลื่นไหล ไร้เส้นตรง สะท้อนถึงแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในงานออกแบบทั้งหมดของเกาดี อาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบาร์เซโลนาและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสคาตาลุนญา (PLAZA DE CATALUNYA) ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของเมืองบาร์เซโลนาอย่างแท้จริง จัตุรัสแห่งนี้ถูกเปิดอย่างเป็นทางการโดย พระเจ้าอัลฟองโซที่ 13 แห่งสเปน ในปี ค.ศ. 1927 บริเวณนี้เคยเป็นเพียงที่ดินเปล่าหน้าประตูเมืองเก่าที่มีกำแพงล้อมรอบ ก่อนจะได้รับการพัฒนาให้กลายเป็นศูนย์รวมความเจริญ ทั้งในด้านการคมนาคม พาณิชยกรรม และวัฒนธรรม ปัจจุบันจัตุรัสคาตาลุนญาเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ร้านอาหาร และร้านค้าต่าง ๆ มากมาย ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักและมีชีวิตชีวา
จากนั้นอิสระให้ทุกท่านเพลิดเพลินกับการเดินเล่นหรือเลือกซื้อสินค้าบน ถนนลารัมบลา (La Rambla) ถนนสายหลักที่เชื่อมต่อระหว่างจัตุรัสคาตาลุนญากับท่าเรือ เป็นถนนสายเล็กๆ ความยาวเพียง 1.2 กิโลเมตร แต่เต็มไปด้วยสีสันและเสน่ห์อันน่าประทับใจ รายล้อมไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และศิลปินริมทางที่สร้างบรรยากาศให้ถนนเส้นนี้คึกคักตลอดทั้งวัน ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัยที่มาเยือนบาร์เซโลนา
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Fira Congress // Alexandre Hotel Fira Congress หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำทุกท่านเข้าชม มหาวิหารซากราด้า ฟามิเลีย (Sagrada Famlia) หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองบาร์เซโลนา และผลงานชิ้นเอกของ อันโตนี เกาดี (Antoni Gaud) สถาปนิกชื่อก้องโลกผู้เปลี่ยนโฉมหน้าวงการสถาปัตยกรรมโลกด้วยแนวคิดอันแปลกใหม่ มหาวิหารแห่งนี้เริ่มต้นการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1882 และยังคงอยู่ระหว่างการก่อสร้างมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยรูปแบบที่งดงามและล้ำจินตนาการ สะท้อนแนวคิดแห่งความศรัทธาในศาสนาและธรรมชาติผ่านเส้นสายที่พลิ้วไหว ซับซ้อน และเปี่ยมด้วยความหมาย ซากราด้า ฟามิเลีย มีความสูงถึง 170 เมตร และเมื่อสร้างแล้วเสร็จ จะเป็นโบสถ์คริสต์ที่สูงที่สุดในโลก องค์ประกอบต่าง ๆ ของมหาวิหารถูกรังสรรค์ด้วยความพิถีพิถัน ทั้งในด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม เป็นผลงานชั้นยอดของ อันโตนี เกาดี้ สถาปนิกที่มีชื่อเสียงที่สุดของบาร์เซโลน่า
เที่ยง อิสระอาหารกลางวัน เพื่อให้ทุกท่านได้ใช้เวลาในการเลือกซื้อสินค้า และเดินช้อปปิ้งอย่างสะดวกสบายตามอัธยาศัย
นำท่านเดินทางสู่ La Roca Village Outlet แหล่งช้อปปิ้งสินค้าหรูแบรนด์เนมชื่อดังมากมาย ให้คุณช้อปอย่างจุใจในบรรยากาศที่สะดวกสบายและน่าประทับใจ มาเพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำ เช่น Armani, Burberry, Calvin Klein, Coach, Escada, Gucci, Guess, Hugo Boss, Kipling, L’Occitane, Levi’s, Lacoste, Loewe เป็นต้น
ได้เวลานัดหมายอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ สนามบินบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินทางกลับสู่ประเทศไทย
ค่ำ อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย
22.50 น. ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ เที่ยวบินที่ QR142
05.50 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติฮามัด (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
08.40 น. นำท่านออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดย สายการบิน Qatar Airway QR828เดินทางเหนือระดับด้วยบริการระดับเวิลด์คลาสตลอดเส้นทาง
19.05 น. เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ จบทริปสุดประทับใจ พร้อมความทรงจำอันงดงามจากการเดินทาง

185/20 หมู่บ้านเดอะคอนเนค 32 ซอยลาดพร้าว 126 (กรัณฑ์พร)
แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา