
22.00 น. พร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง ประเทศไทย อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศขาออก ชั้น 3 เคาน์เตอร์สายการบิน AIR ASIA X (XJ) มีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและติดแท็กกระเป๋า
01.50 น. เดินทางสู่ ประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบิน AIR ASIA X (XJ) เที่ยวบินที่ XJ620 (ค่าทัวร์ไม่รวมค่าอาหารบนเครื่องบิน และบนเครื่องมีจำหน่าย)
10.40 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนิวชิโตะเซะ ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น (เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง กรุณาปรับนาฬิกาของท่านเป็นเวลาท้องถิ่น เพื่อความสะดวกในการนัดหมาย) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร สำคัญ!!ประเทศญี่ปุ่นไม่อนุญาตให้นำอาหารสด จำพวก เนื้อสัตว์ พืช ผัก ผลไม้ เข้าประเทศ หากฝ่าฝืนจะมีโทษจับและปรับ
เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่1)
เดินทางสู่ โอตารุ (Otaru) (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองท่าเล็กๆริมชายฝั่ง มีความสำคัญและเก่าแก่อย่างมาก เมืองนี้เป็นเมืองที่สวยงามและเงียบสงบถือว่าเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวมากมาย ถ่ายภาพเช็คอินกับสัญลักษณ์แห่งความโรแมนติกของเมืองโอตารุ เสน่ห์ชวนให้ค้นหา คลองสายวัฒนธรรมโอตารุ(Otaru Canal) ด้วยความเป็นเอกลักษณ์แห่งวีถีชีวิต 2 ฝั่งคลองที่ยังคงความเป็นญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ตึกเก่าเก็บสินค้าริมคลองเหล่านี้ จึงถูกดัดแปลงเป็นร้านอาหารสไตล์ต่างๆ และพิพิธภัณฑ์ และทั้งสองข้างทางมีร้านค้าขายของที่ระลึก
ความละเอียดของเครื่องแก้วผลงาน Handmade เครื่องแก้วโอตารุ (Kitachi Glass) แหล่งทำเครื่องแก้วที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดของโอตารุ ชมความสวยงามของแก้วหลากสีสัน เหมือนอยู่ในโลกของจินตนาการ และยังมีเครื่องแก้วหลากหลายให้ท่านชื่นชม และเลือกซื้อได้ เมืองนี้มีชื่อเสียงในด้านการทำเครื่องแก้วประเภทต่างๆ เช่น แก้วเป่า แก้วตัด แก้วหลอม และเครื่องประดับที่ทำจากแก้ว เสน่ห์และความโรแมนติกที่น่าหลงไหล พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี (Otaru Music Box Museum) ให้ท่านได้ท่องไปในดินแดนแห่งเสียงดนตรีและบทกวีที่แสนอ่อนหวานชวนให้น่าหลงใหล ด้วยกล่องดนตรี (MUSIC BOX) อันมากมายหลากหลายและงดงามที่จะทำให้ท่านผ่อนคลายอย่างดี มากกว่า 3,000 แบบ รวมถึงท่านยังสามารถเลือกทำกล่องดนตรีแบบที่ท่านต้องการได้ อิสระให้ท่านได้ทำกล่องดนตรีน่ารักๆ ในแบบที่ท่านชื่นชอบด้วยตัวท่าน
เดินทางสู่ เมืองโจซังเค (Jozankei) (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 1.30 ชั่วโมง) เป็นเมืองน้ำพุร้อนที่โด่งดัง เมืองนี้ล้อมรอบด้วยภูเขาและป่าไม้ อากาศเย็นสบาย เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ
เย็น รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่2)
พัก : Jozankei View Hotel Onsen 3* หรือโรงแรมระดับและเมืองใกล้เคียง
(ชื่อโรงแรมที่ท่านพัก ทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วัน ก่อนเดินทาง)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่3)
จุดเช็คอินยอดฮิต สะพานแขวนสีแดงฟูตามิ หรือ สะพานแดง (Futami Suspension Bridge) เป็นสะพานแขวนสีแดงที่อยู่เหนือแม่น้ำโจซังเคอิ (Jozankei River) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองโจซังเคอิ นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นบนสะพาน ชมวิวแม่น้ำโจซังเคอิ ภูเขา และป่าไม้ (กรณีการร่วงโรยและการเปลี่ยนสีของใบไม้ ไว้หรือช้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละปี)
นำท่านเดินทางสู่ ซัปโปโร (Sapporo) (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 1 ชั่วโมง) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในด้านทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม อาหารอร่อย และเทศกาลฤดูหนาวที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ช้อปปิ้งที่ Duty free แหล่งช้อปปลอดภาษี ที่รวบรวมสินค้าราคาพิเศษ และมีชื่อเสียงที่เห็นแล้วต้องรู้ว่ามาจากประเทศญี่ปุ่นเช่น โฟมถ่านหินฟูเขาไฟ วิตามิน อาหารเสริม ครีมต่างๆ ขนมญี่ปุ่นหลากหลายชนิด รวมไปถึงชาเขียว ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของญี่ปุ่น
เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่4) บุฟเฟต์ ชาบู+ขาปู (Shabu Buffet + 1 Crab) (ชนิดของ ขาปู ขึ้นอยู่กับการนำเข้าของทางร้าน)
บุกอาณาจักรขนมหวาน! โรงงานช็อกโกแลตชิโรอิโคอิบิโตะ (Shiroi koibito park) (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 30 นาทีโดยบริษัท Ishiya คุกกี้แผ่นบางกรุบกรอบสอดไส้ไวท์ช็อกโกแลตที่หวานละมุนจนหยุดไม่อยู่ นอกจากรสคลาสสิกที่คุ้นเคยแล้ว ที่นี่ยังมีไอเทม Limited Edition และรสชาติใหม่ๆ ที่หาซื้อจากที่ไหนไม่ได้! จะช้อปของฝากติดมือ หรือจะโพสต์ท่าถ่ายรูปกับหอนาฬิกาและสวนดอกไม้สุดอลังการ บอกเลยว่าฟินเหมือนหลุดเข้าไปในเทพนิยายเลย (ค่าทัวร์ไม่รวมการเข้าชมการผลิตด้านใน)
กรณีที่ โรงงานช็อกโกแลตชิโรอิโคอิบิโตะ (Shiroi koibito park) ปิด ทำให้ไม่สามารถเข้าชมได้เนื่องจากสภาพอากาศไม่ดี ไม่เอื้ออำนวย และปัญหาอื่นๆ ขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงไป พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร (Sapporo Beer Museum) ซึ่งจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเบียร์ซัปโปโรในแต่ละยุคสมัย เพราะฮอกไกโดนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตเบียร์ครั้งแรกของประเทศญี่ปุ่น ที่นี่เป็นแหล่งผลิตที่เก่าแก่ที่สุดและเป็นยี่ห้อที่นิยมที่สุดในประเทศ ซึ่งมีการกลั่นเบียร์ตั้งแต่ ปี ค.ศ.1877 มาจนถึงปัจจุบัน และยังส่งออกไปทั่วโลกอีกด้วย ที่นี่จึงถือเป็นแหล่งที่เรียนรู้ถึงสินค้าที่มีชื่อเสียงดังไกลระดับโลก โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าทุกกรณี
เดินทางสู่ เมืองฟุราโน (Furano) (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 2 ชั่วโมง) เมืองเล็กๆ ที่เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่หลงใหลในธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูร้อนที่ทุ่งลาเวนเดอร์เบ่งบานสะพรั่งทั่วทั้งเมือง หรือในฤดูหนาวก็มีสถานที่สุดว้าวรอให้ไปเยือน หมู่บ้านในนิทานกลางผืนป่า... นิงเกิ้ลเทอเรส (Ningle Terrace) ตั้งอยู่ในภายในบริเวณโรงแรม New Furano Prince เป็นเหมือนเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยกระท่อมไม้ซุงน่ารักๆ เรียงรายไปตามทางเดิน กระท่อมแต่ละหลังก็คือร้านขายของเช่น ขายสินค้าที่เป็นงานฝีมือ งานไม้ งานเซรามิค งานแกะสลัก และอื่นๆ อีกมากมา เป็นช่วงเวลาที่โรแมนติก อบอุ่น และฮีลใจจนอยากหยุดเวลาไว้เลย (กรณีการร่วงโรยและการเปลี่ยนสีของใบไม้ ไว้หรือช้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละปี)
ในกรณีที่ นิงเกิ้ลเทอเรส (Ningle Terrace) มีประกาศสั่งปิด เนื่องจากที่จอดรถไม่เพียงพอ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือเหตุขัดข้องอื่นใดก็ตาม จนไม่สามารถเข้าชมได้ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ปรับเปลี่ยนไปสถานที่อื่น โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและความปลอดภัยของท่านเป็นหลัก โดยที่บริษัทฯ ไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าทุกกรณี)
ท่านเดินทางสู่เมืองอาซาฮิกาวะ (Asahikawa) (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 1.30 ชั่วโมง) เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเกาะฮอกไกโด รองจากซัปโปโร เป็นเมืองที่มีทั้งความเจริญ ทันสมัยและมีธรรมชาติที่สวยงาม
เย็น อิสระอาหารเย็น ตามอัธยาศัย เพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาของท่าน
ที่พัก : ART Hotel Asahikawa 3*หรือโรงแรมระดับและเมืองใกล้เคียง
(ชื่อโรงแรมที่ท่านพัก ทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วัน ก่อนเดินทาง)
หลังจากเข้า Check in โรงแรมที่พักเรียบร้อยแล้ว แนะนำให้ท่านเพลิดเพลินเดินเล่นอิสระท่องเที่ยวที่ Aeon Mall Asahikawa แหล่งช้อปปิ้งของอาซาฮิกาวะที่ AEON MALL เป็นแหล่งรวมของหวานชื่อดังและอาหารรสเลิศมากมายจากทั่วฮอกไกโด มีศูนย์อาหารอยู่ที่ชั้น 1 และพื้นที่ร้านอาหารบน ชั้น 4 มีอาหารหลากหลายชนิดให้เลือกตั้งแต่อาหารตะวันตกไปจนถึงอาหารญี่ปุ่น และที่นี่สามารถซื้อของฝากได้ทุกอย่างทั้งขนมหวานชื่อดัง ของฮอกไกโด ขนมหวานที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติ เช่น ROYCE' ที่มี Potato chip Chocolate (มันฝรั่งทอดเคลือบช็อกโกแลต) ที่ได้รับความนิยมในไทยอีกด้วย
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่5)
จากนั้นเดินทางสู่เมืองบิเอะ(Biei) (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 30 นาที) ความหลากหลายที่สวยงามของธรรมชาติและเป็นจุดหมายปลายทางของใครหลายๆ คน ผ่านชมเส้นทาง แพทเวิร์ค (Patchwork road) ที่มีความสวยงามราวกับผ้าหลายผืนมาตัดปะวางต่อกันเป็นระยะทางยาว จะสวยเป็นพิเศษในช่วงฤดูร้อน วิวระหว่างทางที่น่าสนใจ คือ ต้นเคน และแมรี่ (Ken & Mary Tree) ทิวทัศน์ที่ใช้ในภาพยนตร์โฆษณา “สไกไลน์” ของบริษัทนิสสันมอเตอร์ ฉายในยุคทศวรรษ 1970 ทำให้ผู้คนต่างแวะเวียนมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันมาเนิ่นนาน วิวต้นไม้ใต้ท้องฟ้าที่มีเมฆลอยแบบนี้ทำให้นึกถึงนิยายที่อ่านในสมัยเด็กๆ
หลบหลีกความวุ่นวายจากไนต์ไลฟ์ในเมืองใหญ่ แนะนำให้ปักหมุดที่ สวนสังเกตการณ์กุเซโนะโอกะ (Hokuseino-oka Observatory Park) หรือเรียกว่า "สวนเนินเขาแห่งสายลม" โดดเด่นด้วยหอคคอยชมวิวรูปทรงคล้ายพีระมิด ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงที่เปิดรับวิวกว้างแบบพาโนรามา ทัศนียภาพรอบตัวจะเปลี่ยนโฉมไปตามฤดูกาลอย่างมีเสน่ห์ ไม่ว่าจะเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวขจีในฤดูร้อน หรือเนินเขาที่ถูกย้อมด้วยสีส้มอิฐอบอุ่นในฤดูใบไม้ร่วง
เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่6)
ชมความสวยงามทะเลสาบสีฟ้าดั่งสรวงสวรรค์ บ่อน้ำสีฟ้า (Aoiike Blue Pond) ที่นี่ถูกสร้างขึ้นในปี 1988 เพื่อเป็นเขื่อนบล็อกทางไหลของลาวาจากภูเขาไฟโทคาจิ ส่วนความมหัศจรรย์ของผืนน้ำสีฟ้าพาสเทลสดใส เกิดจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่ไหลเข้ามาผสมกับแร่ธาตุ ‘อะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์’ จนเกิดเอฟเฟกต์สะท้อนแสงแดดที่สวยสะกดใจ สายคอนเทนต์ที่ชอบธรรมชาติและสตอรี่เจ๋งๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด!
ตะลึงเกินไปใจจะทน น้ำตกชิราฮิเกะ (Shirahige Waterfalls) หรือ น้ำตกหนวดขาว เป็นน้ำตกที่มีความสวยงาม ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากกลุ่มธารน้ำที่ไหลออกมาจากหน้าผา และไหลลงสู่ลำธารเบื้องล่าง คล้ายกับหนวดเคราสีขาว น้ำตกที่นี่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งหาชมได้ยากแม้ในประเทศญี่ปุ่นก็ตาม โดยแม่น้ำบิเอะซึ่งไหลอยู่ใต้น้ำตก มักถูกเรียกว่า "แม่น้ำสีน้ำเงิน" เนื่องจากมีสีฟ้าโคบอลต์เข้ม ภาพแม่น้ำสีฟ้าและธารน้ำตกสีขาวตัดกันออกมาเป็นภาพของธรรมชาติที่น่าทึ่งและสวยงามมาก
ท่านเดินทางสู่ ซัปโปโร (Sapporo) (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 2 ชั่วโมง) เป็นเมืองหลวง ผังเมืองสวย สถาปัตยกรรมคลาสสิก เดินทางง่ายด้วยรถไฟใต้ดิน พร้อมไปด้วยสวรรค์ของ Foodies! จัดเต็มราเม็ง ขาปูยักษ์ และเบียร์ซัปโปโรต้นตำรับรสเลิศ ขาชอปเตรียมพุ่งตัว! มิตซุยเอาท์เล็ท (Mitsui Outlet) ได้เวลาสปอยล์ตัวเองขั้นสุดแหล่งรวมของถูกและดีที่สายแฟชั่นห้ามพลาด! ไม่ว่าคุณจะเป็นสายลักชัวรีที่กำลังตามหาไอเทมเด็ดจาก GUCCI, ARMANI, TUMI หรือสายแต่งตัวคิวท์ๆ สไตล์ญี่ปุ่นและอินเตอร์แบรนด์อย่าง GAP, ELLE, MORGAN บอกเลยว่าเดินจนขาขวิดแน่นอน ส่วนใครที่เดินชอปจนพลังงานเริ่มหมด ก็ไม่ต้องไปไหนไกลครับ ที่นี่เขามีโซนอาหารละลานตามาก จะเลือกซดราเม็งร้อนๆ ทานอาหารตะวันตกฟินๆ หรือจะแวะดื่มกาแฟในคาเฟ่สุดชิคก็ดีงาม
เย็น อิสระอาหารเย็น ตามอัธยาศัย เพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาช้อปปิ้งของท่าน
ที่พัก : Mystays Sapporo Susukino 3* หรือโรงแรมระดับและเมืองใกล้เคียง
(ชื่อโรงแรมที่ท่านพัก ทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง)
หลังจากที่ท่านเช็คอินเข้าสู่ที่พักแล้ว แนะนำให้ท่านเพลิดเพลินเดินเล่นแหล่งกินดื่มหรืออิสระช้อปปิ้งได้ที่ ย่านทานุกิโคจิ (Tanuki Koji) ย่านช้อปปิ้งในร่มยาวประมาณ 1 กิโลเมตรถูกแบ่งเป็น 7 ส่วนหรือ 7 บล็อค สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายสินค้ามากมายกว่า 100 ร้าน อาหาร ยา เสื้อผ้า รองเท้า ABC Mart นอกจากสถานที่แห่งนี้ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี จะเป็นแหล่งช้อปปิ้งแล้ว ยังใช้เป็นที่จัดกิจกรรม เทศกาลต่างๆ จะใช้เป็นจุดรวมพลของหนุ่มสาว และย่านกินดื่ม ย่านซูซูกิโนะ (Susukino) ย่านแหล่งบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของญี่ปุ่น บาร์ ไนต์คลับ หรือร้านคาราโอเกะ และเป็นแหล่งศูนย์รวมราเม็ง และเป็นแหล่งต้นกำเนิดเมนูดังอย่าง เมนูมิโซะราเมง (Miso Ramen) แสนอร่อย กินได้ไม่เบื่ออีกด้วย!
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่7)
อิสระท่องเที่ยวตามอัธยาศัยไม่มีรถ อาหาร ไกด์และหัวหน้าทัวร์ให้บริการ
ทุกท่านสามารถเดินท่องเที่ยวและช้อปปิ้ง โดยมีไกด์แนะนำเส้นทาง
โปรแกรมแนะนำ
- อาคารเจอาร์ทาวเวอร์ (JR TOWER) เป็นตึกที่สูงที่สุดในซัปโปโร ตั้งอยู่ติดกับสถานีเจอาร์ซัปโปโร เป็นทั้งห้างสรรพสินค้า โรงแรม โรงภาพยนตร์ และศูนย์อาหาร มีร้าน BIG CAMERA จําหน่ายกล้องดิจิตอล, เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์, ร้าน100เยน, ร้าน UNIQLO ขายเสื้อผ้าแฟชั่นวัยรุ่น, ร้าน MATSUMOTO KIYOSHI ขายยาและเครื่องสําอาง อาคาร JR TOWER มีจุดชมวิวตั้งอยู่ที่ชั้น 38 เรียกว่า T38 (Tower Three Eight) ที่ระดับ ความสูง 160 เมตร จึงมองเห็นทิวทัศน์เหนือเมืองซัปโปโรได้กว้างไกลสวยงามทั้งกลางวัน กลางคืน โดยเฉพาะยามคํ่าคืนจะมองเห็นทีวีทาวเวอร์ตั้งอยู่กลางสวนโอโดริ โดยมีแสงไฟ จากกลุ่มตึก ย่านซูซูกิโนะ ส่องสว่างที่จุดกลางเมืองติดๆ กันมีตึก ESTA ซึ่งที่ชั้น 10 เป็น ศูนย์รวมร้านราเมน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 10 ร้าน ให้เลือกชิมอร่อยไม่แพ้ตรอกราเมนในย่าน ซูซูกิโน่ (ค่าทัวร์ไม่รวมตั๋วขึ้น จุดชมวิวราคาประมาณ 700-1000 เยน)
- ตลาดปลานิโจ (Nijo Market) ตลาดปลาใจกลางเมืองซัปโปโร แม้มีขนาดไม่ใหญ่มากแต่ด้วยกลางเมือง เดินทางสะดวกและสินค้าครบครัน เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นและต่างชาติจำนวนมาก ตลาดปลาแห่งนี้ประกอบไปด้วยร้านจำหน่ายอาหารทะเลสดๆ ร้านจำหน่ายสินค้าแปรรูป ต่างๆ ห้ามพลาด!!! สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรสชาติของปูขนยักษ์อันเลื่องชื่อแห่งเกาะฮอกไกโด ที่ตลาดแห่งนี้ท่านจะเห็นปูขนตัวเป็นๆ ว่ายน้ำในตู้ ที่ต้องบอกว่าราคาไม่แพง หรือจะเป็น หอยเชลย่าง ทานกับโชยุ นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารที่อยู่ด้านหลังผ้าม่านใสๆ กั้นฉาก หากท่านอยากทานอาหารปรุงสุก สดใหม่ก็สามารถออเดอร์ด้านหน้าและเข้าไปรอนั่งรับประทานด้านหลังได้เลย
- ที่ทำการรัฐบาลเก่าฮอกไกโด หรือ อะคะเร็งงะ (Akarenga) ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า อิฐสีแดง ก่อสร้างเมื่อปี ค.ศ. 1888 เป็นอาคารในสไตล์นีโอบาร็อคอเมริกาโดยถอดแบบมาจากอาคารทำเนียบรัฐบาลแห่งรัฐแมสซาซูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา สร้างจากอิฐจำนวนกว่า 2.5 ล้านก้อน ศาลาว่าการมีทางเข้าด้านหน้าและสามารถเดินทะลุไปยังถนนอีกสายที่อยู่ด้านหลังได้ ดังนั้นจึงเป็นหนึ่งทางผ่านที่ผู้คนในเมืองจะใช้เป็นเส้นทางสัญจรภายในเมือง จะเห็นว่ามีผู้คนเดินขวักไขว่ตลอดเวลา
- สวนสาธารณะโอโดริ (Odori Park) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซัปโปโร ซึ่งแยกเมืองออกเป็นสองฝั่ง คือทางทิศเหนือและทิศใต้ สวนแห่งนี้ก็จะเป็นเสมือนแหล่งโอเอซิสของเมืองที่เต็มไปด้วยความเขียวขจีและดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ นอกจากจะได้ดื่มด่ำกับความร่มรื่นในสวนแห่งนี้แล้วนั้น โดยสวนถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1871 เพื่อเป็นจุดแบ่งเขต ระหว่างด้านเหนือซึ่งเป็นส่วนของการบริหารเมือง กับด้านใต้ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัย และธุรกิจต่างๆ สวนแห่งนี้ได้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนสำหรับประชาชน และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย
- หอนาฬิกา (Sapporo Clock) หอนาฬิกาโบราณประจำเมืองซัปโปโรที่เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญ แค่ภายนอกก็แสดงให้เห็นถึงความเก่าแก่ที่ผ่านยุคสมัยมาหลายกาลและเวลา เพราะที่นี่เป็นสิ่งก่อสร้างสไตล์ตะวันตกที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองซัปโปโรด้วย ข้างบนยอดตึกยังมีนาฬิกาโบราณที่ยังทำหน้าที่คอยบอกเวลาได้อย่างเที่ยงตรง พร้อมทั้งเสียงระฆังที่ดังกังวานในทุกๆ ชั่วโมง เพื่อบอกเวลา อาคารหลังนี้มีสถาปัตยกรรมเป็นอาคารไม้ที่มีหลังคาสีแดงและผนังสีขาวออกเหลืองในสไตล์บ้านที่นิยมในอเมริกากลางและอเมริกาตะวันตกในช่วงยุคบุกเบิก (ค่าทัวร์ไม่รวมค่าเข้าชมหอนาฬิกา)
พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร (Sapporo Beer Museum) ซึ่งจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเบียร์ซัปโปโรในแต่ละยุคสมัย เพราะฮอกไกโดนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตเบียร์ครั้งแรกของประเทศญี่ปุ่น ที่นี่เป็นแหล่งผลิตที่เก่าแก่ที่สุดและเป็นยี่ห้อที่นิยมที่สุดในประเทศ ซึ่งมีการกลั่นเบียร์ตั้งแต่ ปี ค.ศ.1877 มาจนถึงปัจจุบัน และยังส่งออกไปทั่วโลกอีกด้วย ที่นี่จึงถือเป็นแหล่งที่เรียนรู้ถึงสินค้าที่มีชื่อเสียงดังไกลระดับโลก (ค่าทัวร์ไม่รวมการเข้า)
ศาลเจ้าฮอกไกโด (Hokkaido Shrine) ตั้งอยู่ที่เมืองซัปโปโร (Sapporo) เรียกได้ว่าเป็นศาลเจ้าของศาสนาพุทธนิกายชินโตที่มีความเก่าแก่ไม่เบาของเกาะฮอกไกโดเลย เพราะที่ศาลเจ้าแห่งนี้นั้นถูกสร้างในช่วงยุคเริ่มพัฒนาเกาะ ไม่เพียงแค่จะมาสักการะขอพรกับเทพเจ้าที่ประทับภายในศาลเจ้ามากถึง 4 องค์ แต่ด้วยความที่ตัวศาลเจ้าเองมีพื้นที่เชื่อมต่อกับสวนมารุยามะทำให้ถือได้ว่าเป็นจุดชมวิวเด็ดๆ อีกแห่งหนึ่งของเมืองเลยทีเดียว และสามารถเดินทางไปได้ง่ายโดยการขึ้นรถบัสประจำทางหรือรถไฟ
อิสระอาหาร เที่ยงและเย็น ตามอัธยาศัยเพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาของท่าน
ที่พัก: Mystays Sapporo Susukino 3* หรือโรงแรมระดับและเมืองใกล้เคียง
(ชื่อโรงแรมที่ท่านพัก ทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง)
หลังจากที่ท่านเช็คอินเข้าสู่ที่พักแล้ว แนะนำให้ท่านเพลิดเพลินเดินเล่นแหล่งกินดื่มหรืออิสระช้อปปิ้งได้ที่ ย่านทานุกิโคจิ (Tanuki Koji) ย่านช้อปปิ้งในร่มยาวประมาณ 1 กิโลเมตรถูกแบ่งเป็น 7 ส่วนหรือ 7 บล็อค สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายสินค้ามากมายกว่า 100 ร้าน อาหาร ยา เสื้อผ้า รองเท้า ABC Mart นอกจากสถานที่แห่งนี้ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี จะเป็นแหล่งช้อปปิ้งแล้ว ยังใช้เป็นที่จัดกิจกรรม เทศกาลต่างๆ จะใช้เป็นจุดรวมพลของหนุ่มสาว และย่านกินดื่ม ย่านซูซูกิโนะ (Susukino) ย่านแหล่งบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของญี่ปุ่น บาร์ ไนต์คลับ หรือร้านคาราโอเกะ และเป็นแหล่งศูนย์รวมราเม็ง และเป็นแหล่งต้นกำเนิดเมนูดังอย่าง เมนูมิโซะราเมง (Miso Ramen) แสนอร่อย กินได้ไม่เบื่ออีกด้วย!
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่8) หรือบริการอาหาร แบบกล่อง SET BOX กรณีที่ พักอยู่ห่างจากสนามบินหรือกรณีห้องอาหารโรงแรมเปิดช้า
เดินทางสู่ ท่าอากาศยานนิวชิโตะเซะ ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ ประเทศไทย
11.55 น. เดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง โดยสายการบิน AIR ASIA X (XJ) เที่ยวบินที่ XJ621
(ค่าทัวร์ไม่รวมค่าอาหารบนเครื่องบิน และบนเครื่องมีจำหน่าย)
18.00 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพ

185/20 หมู่บ้านเดอะคอนเนค 32 ซอยลาดพร้าว 126 (กรัณฑ์พร)
แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา