
06.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบิน โอมานแอร์ (WY) โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสารการเดินทาง
09.00 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินมัสกัต ประเทศโอมาน โดยสายการบิน โอมานแอร์ เที่ยวบินที่ WY818 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) (ใช้เวลาบินประมาณ 5.50 ชั่วโมง)
***เที่ยวบินหรือเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายการบินเป็นผู้กำหนด***
ขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกที่นั่งบนเครื่องบิน เนื่องจากเป็นตั๋วกรุ๊ป การจัดที่นั่งจะเป็นระบบ RANDOM ที่นั่งอาจจะไม่ได้นั่งติดกัน ทางบริษัทไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของสายการบิน
11.50 น. เดินทางถึง สนามบินมัสกัต ประเทศโอมาน (เวลาท้องถิ่น) แวะพักรอเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางต่อ
15.00 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยสายการบิน โอมานแอร์ เที่ยวบินที่ WY153 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) (ใช้เวลาบินประมาณ 7.05 ชั่วโมง)
19.05 น. ถึง สนามบินซูริค (เวลาในยุโรป ช้ากว่าไทยประมาณ 5-6 ชั่วโมง กรุณาปรับเวลาให้ตรงตามเวลาท้องถิ่น เพื่อความสะดวกในการนัดหมาย) ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-เดือนเมษายน จะช้ากว่าไทย 6 ชั่วโมง และในช่วงเดือนเมษายน-เดือนตุลาคม จะช้ากว่าไทย 5 ชั่วโมง ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อยแล้ว
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก โรงแรมมาตรฐานยุโรป 3-4 ดาว หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางสู่ Engelberg (แองเกลเบิร์ก) เมืองตากอากาศอันเงียบสงบที่ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาแอลป์ของสวิตเซอร์แลนด์ โดดเด่นด้วยทัศนียภาพของยอดเขาสูงสลับซับซ้อน ทุ่งหญ้าสีเขียว และหมู่บ้านสไตล์สวิสอันแสนอบอุ่น เมืองแห่งนี้เป็นประตูสู่ยอดเขาทิตลิส (Titlis) แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังที่ดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลก ให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติอันบริสุทธิ์และเก็บภาพความงดงามของเทือกเขาแอลป์ตามอัธยาศัย
ให้ท่านอิสระท่องเที่ยวตามใจคุณในเมืองแองเกลเบิร์ก ตามอัธยาศัย (ไม่มีรถและไกด์บริการ)
สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมแนะนำ
Engelberg Abbey (อารามแองเกลเบิร์ก) อารามนิกายเบเนดิกตินที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1120 และถือเป็นหนึ่งในอารามที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองแองเกลเบิร์ก โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์บาโรกอันงดงาม ภายในประดิษฐานงานศิลปกรรมทางศาสนาอันทรงคุณค่า และยังคงเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและการศึกษามาจนถึงปัจจุบัน ให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศอันสงบงามและความงดงามของมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดยาวนานกว่า 900 ปี
Optional Tour : ขึ้นเขา Titlis (ทิตลิส) ราคาประมาณ 105 CHF/ท่าน
ยอดเขา Titlis (ทิตลิส) เป็นหนึ่งในยอดเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ด้วยความสูง 3,238 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล โอบล้อมด้วยทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาแอลป์ สัมผัสประสบการณ์นั่งกระเช้า Titlis Rotair กระเช้าลอยฟ้าหมุนได้รอบทิศทางแห่งแรกของโลก ชมความงดงามของธารน้ำแข็งอายุนับพันปี พร้อมตื่นตาตื่นใจกับ Titlis Cliff Walk สะพานแขวนที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป
**กรณีมีผู้เดินทางน้อยกว่า 10 ท่าน ขอสงวนสิทธิ์ไม่มีหัวหน้าทัวร์ขึ้นไปดูแล
ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง สำหรับท่านที่สนใจสามารถแจ้งความประสงค์ กับทางหัวหน้าทัวร์ได้โดยตรง
ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการซื้อ OPTIONAL TOUR ผ่านหัวหน้าทัวร์เท่านั้น ด้วยเหตุผลในเรื่องของราคาทัวร์ และด้านความปลอดภัยของตัวท่านเอง รวมถึงการจัดการบริหารเวลาของกรุ๊ปทัวร์ขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือ
เดินเล่นย่านใจกลางเมือง Engelberg เมืองตากอากาศอันมีเสน่ห์ที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์ ชมบรรยากาศอันเงียบสงบของหมู่บ้านสไตล์สวิสดั้งเดิม บ้านเรือนไม้ชาเลต์ ร้านค้า ร้านกาแฟ และอาคารสถาปัตยกรรมท้องถิ่นที่เรียงรายอยู่ตามถนนสายหลัก ให้ท่านได้อิสระเก็บภาพความประทับใจและสัมผัสวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชาวสวิสท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม
เพื่อให้ท่านได้เพลิดเพลินอย่างเต็มอิ่มจุใจ อิสระอาหารกลางวัน และอาหารเย็นตามอัธยาศัย
ที่พัก โรงแรมมาตรฐานยุโรป 3-4 ดาว หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
เดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น หรือ Luzern (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที) ในภาษาเยอรมัน หรือ Lucerne ในภาษาอังกฤษ อตีตเคยเป็นหัวเมืองของสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของประเทศ ภายในตัวเมืองตั้งอยู่ริมทะเลสาบลูเซิร์นและแม่น้ำรอยส์ (Reuss) สามารถมองเห็นยอดเขาริกิและยอดเขาพิลาตุส ซึ่งอยู่ไกลออกไปได้ชัดเจน
นำท่านชม สะพานไม้ชาเปล เป็นสะพานไม้เก่าแก่ที่สุดในโลก และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น ถูกสร้างขึ้นใน ค.ศ. 1333 และได้มีการบูรณะขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1993 เนื่องจากถูกไฟไหม้ ภายในมีจิตรกรรมเก่าแก่อยู่บนหน้าจั่วรูปสามเหลี่ยม หลังจากเกิดไฟไหม้ก็เหลือภาพเพียง 20 ภาพ ซึ่งยังมีร่องรอยของเปลวไฟ บางภาพถูกแทนที่ด้วยภาพถ่าย เพื่อทดแทนภาพที่ถูกไฟไหม้ไป
จากนั้นเดินไปไม่ไกลมากนำท่านถ่ายภาพกับ อนุสาวรีย์สิงโต (Lion Monument) สัญลักษณ์สำคัญของลูเซิร์นถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึก และเป็นเกียรติแก่เหล่าทหารหาญชาวสวิสซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวลูเซิร์นมากกว่า 700 คนที่ออกรบและเสียชีวิตในฝรั่งเศสเมื่อครั้งเกิดสงครามปฏิวัติยุคพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ซึ่งเป็นการเจาะเนื้อหินและแกะสลักขึ้นรูปเป็นประติมากรรมสิงโตตัวใหญ่สวยงามมากแม้จะมีใบหน้าโศกเศร้าดังที่ว่าก็ตาม
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่ เมืองซุก (Zug) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) เมืองเล็กๆริมทะเลสาบซุก เสน่ห์อยู่ที่ความเป็นเมืองเล็กๆ น่ารักสามารถเดินรอบได้ภายในวันเดียว และด้วยความที่เมืองตั้งอยู่บนที่ราบเชิงเขาและมีแม่น้ำรอยส์ไหลผ่าน ทำให้เมืองซุกมีทัศนียภาพอันงดงาม ผสมผสานกับเขตเมืองเก่าที่ยังคงสภาพความสมบูรณ์มาก ชมย่านเมืองเก่า (Old Town) ที่ยังคงความสมบูรณ์จากสมัยยุคกลาง โดยเริ่มก่อตั้งในสมัยศตวรรษที่ 13 ถนนที่ปูด้วยหิน ผนัง ตึกที่มีภาพวาดด้วยสีสันสดใส จัตุรัสน้ำพุโบราณประดับประดาด้วยรูปปั้น ชมโบสถ์กลางเมือง และตึกเก่าแก่อายุกว่า 500 ปี ชม Clock Tower ที่มีความสูงกว่า 52 เมตร สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ตัวอาคารเป็นสีขาว หลังคาสีฟ้าสลับขาว สามารถมองเห็นได้แต่ไกล จากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองซุก หรือช้อปปิ้งของที่ระลึก
เดินทางสู่ Vaduz (วาดุซ) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) เมืองหลวงขนาดเล็กอันมีเสน่ห์ของราชรัฐลิกเตนสไตน์ ประเทศเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ระหว่างสวิตเซอร์แลนด์และออสเตรีย โดดเด่นด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบ รายล้อมด้วยทิวทัศน์ของเทือกเขาแอลป์ ชมย่านใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ร้านค้า และคาเฟ่น่ารัก พร้อมเก็บภาพความประทับใจกับปราสาทวาดุซ ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาและเป็นที่ประทับของเจ้าชายแห่งลิกเตนสไตน์
เพื่อให้ท่านได้เพลิดเพลินในการเดินเล่นอย่างเต็มอิ่มจุใจ อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.15 ชั่วโมง)
ที่พัก โรงแรมมาตรฐานยุโรป 3-4 ดาว หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางสู่ เมืองอินส์บูร์ก (Innsbruck) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) เมืองสีลูกกวาดพาสเทล แห่งออสเตรีย เมืองนี้ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำอินน์ อยู่ท่ามกลางหุบเขาของเทือกเขาแอลป์ ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ท่านก็จะได้เห็นวิวของเทือกเขาแอลป์ที่โอบล้อมท่านอยู่ โดยคำว่า บรุค (Bruck) มีรากศัพท์มาจากภาษาเยอรมัน แปล Bridge และคำว่า Inns ก็หมายถึงชื่อแม่น้ำอินส์ รวมแล้ว Innsbruck จึงมีความหมาย Bridge over The Inn ซึ่งแปลว่าสะพานแห่งแม่น้ำอินส์ ที่มีทิวทัศน์ที่สวยงาม อากาศดีมาก จนได้รับการขนานนามว่า Capital of Alp
อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองอินส์บรุค (Innsbruck) บริเวณแลนด์มาร์คของเมือง นั่นคือ "หลังคาทองคำ" สัญลักษณ์สำคัญของเมืองตั้งอยู่ในเขต Old Town ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ส่วนของหลังคาที่ยื่นออกมาจากระเบียงตกแต่งด้วยทองคำแท้ จำนวน 2,738 แผ่น ในการมุงหลังคากว้าง 16 เมตร เพื่อพยายามลบข่าวลือว่าสถานภาพทางการเงินที่ไม่ดีในช่วงนั้น ตกแต่งสวยงามแปลกตา และมีมูลค่าสูงจนไม่สามารถประเมินค่าได้ อาคารสไตล์โกธิคผสมบาโรกนี้ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 เพื่อเฉลิมฉลองการอภิเษกสมรสครั้งที่ 2 ของจักรพรรดิแมกมิเลียนที่ 1 ในอดีตจะทรงประทับที่ระเบียง เพื่อทอดพระเนตรกิจกรรม และเทศกาลต่างๆ ที่จัดขึ้นบริเวณจัตุรัสด้านล่าง ใกล้ๆกันท่านจะเห็น City Tower หอคอยเก่าแก่อายุมากกว่า 450 ปี ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Innsbruck มีความสูง 31 เมตร เป็นอาคารที่มีความสูงที่สุดในเมือง โดดเด่นจนสามารถมองเห็นได้จากระยะไกล เดินถัดมาอีกไม่ไกลท่านจะได้สัมผัสความงดงามของ แม่น้ำอินส์ (Inn River) แม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านอาคารตึกเก่าหลากสี แวะถ่ายรูป Candy House บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำอินน์ กลุ่มอาคารเก่าสีพาสเทลที่ตั้งอยู่เรียงกันริมแม่น้ำมีวิวภูเขาแอลป์เป็นฉากตระการตา เป็นจุดแลนด์มาร์คห้ามพลาดเช็คอินอีกแห่งหนึ่งของอินส์บรุค
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเก็บภาพความประทับใจกับวิวไฮไลท์ ของเทือกเขา Dolomites ณ Santa Maddalena (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) ถ่ายรูปกับหนึ่งจุดไฮไลต์ด้วยวิวยอดเขาแปลกตาอีกแห่งหนึ่งในโดโลไมท์ ณ โบสถ์ Santa Maddalena โบสถ์ที่ถือเป็นสถานที่ไฮไลต์ที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุด ในอุทยานโดโลไมท์ มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมีฉากหลังเป็นเทือกเขา Odles
อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)
ที่พัก โรงแรมมาตรฐานยุโรป 3-4 ดาว หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
นำท่านชม Lago di Carezza (ทะเลสาบคาเรซซา) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที) ทะเลสาบธรรมชาติสีเขียวมรกตอันงดงาม หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังแห่งเทือกเขาโดโลไมท์ ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา Latemar ท่ามกลางผืนป่าสนอันร่มรื่น ผืนน้ำใสราวคริสตัลสามารถสะท้อนภาพของขุนเขาและธรรมชาติโดยรอบได้อย่างสวยงามในวันที่สภาพอากาศแจ่มใส ด้วยเฉดสีของน้ำที่เปลี่ยนแปลงไปตามแสงแดดและช่วงเวลาของวัน จึงได้รับฉายาว่า "ทะเลสาบสายรุ้ง" (Rainbow Lake) และถือเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของแคว้นเซาท์ทีโรล
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ Ortisei (ออร์ติเซย์) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) เมืองเล็กแสนน่ารักใจกลางหุบเขา Val Gardena หนึ่งในเมืองตากอากาศชื่อดังแห่งแคว้นเซาท์ทีโรล โดดเด่นด้วยบรรยากาศแบบอัลไพน์ บ้านเรือนไม้สไตล์ทิโรเลียนสีสันสดใส รายล้อมด้วยทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาโดโลไมท์ มรดกโลกทางธรรมชาติของยูเนสโก ให้ท่านได้อิสระเดินเล่นชมเมือง เลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง งานแกะสลักไม้ซึ่งเป็นหัตถกรรมขึ้นชื่อของพื้นที่ พร้อมเก็บภาพความประทับใจกับเมืองภูเขาอันมีเสน่ห์แห่งนี้
เพื่อให้ท่านได้เพลิดเพลินในการเดินเล่นอย่างเต็มอิ่มจุใจ อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
จากนั้นเดินทางสู่ เมืองเวโรนา แคว้นเวเนโต (Veneto) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.45 ชั่วโมง) เมืองนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำอะดิเจ (Adige River) ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ชั้นดีในการตั้งถิ่นฐานสมัยโบราณ ชนเผ่าดั้งเดิมในอิตาลีอย่างยูกาไน (Euganei) และเซโนมานี (Cenomani) จึงผลัดกันยึดครองเวโรนาระหว่าง 500 ปีจนถึง 300 ปีก่อนคริสตกาล เวโรนาเป็นเมืองที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน เมืองนี้เต็มไปด้วยโบราณสถานน่าตื่นตา ไม่ว่าจะเป็นสิ่งปลูกสร้างในสมัยโรมัน โบสถ์วิหารเก่าแก่ หรือแม้แต่บ้านเรือนก่อด้วยอิฐและหิน ด้วยเหตุนี้ใน ค.ศ. 2000 องค์การยูเนสโก (UNESCO) จึงประกาศให้เวโรนาเป็นมรดกโลกอันทรงคุณค่า เนื่องจากสถาปัตยกรรมที่คงอยู่เหนือกาลเวลาในเมืองนี้นั่นเอง อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมือง
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก โรงแรมมาตรฐานยุโรป 3-4 ดาว หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางสู่ เซอร์มิโอเน (Sirmione) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี เมืองนี้ถูกล้อมรอบด้วยมหาสมุทรเป็นดั่งเมืองลอยน้ำที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เพราะยังมีซากปรักหักพังของโบราณสถานหลายร้อยปีก่อนตั้งอยู่ที่นี่ โดยมีฉายาว่าเป็น “ไข่มุกแห่งคาบสมุทรเซอร์มิโอ” และยังเป็นเสมือนเมืองเวนิสแห่งที่สอง เพราะบ้านเมืองในเซอร์มิโอเนยังอยู่ท่ามกลางน้ำ และด้วยลักษณะภูมิประเทศที่เป็นแหลมยื่นเข้าไปใน ทะเลสาบการ์ดา (Garda) ในอดีตเคยเป็นเมืองที่มีผู้คนที่มีฐานะในยุคสมัยโรมันใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและปัจจุบันก็เป็นเมืองพักผ่อนริมทะเลสาบที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากอีกด้วย
นำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองมิลาน (Milan) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) หรือที่คนอิตาเลียนเรียกว่า “มิลาโน่” (Milano) มิลานเป็นเมืองหลักของแคว้นลอมบาร์เดีย เมืองสำคัญในภาคเหนือใหญ่อันดับ 2 ของประเทศอิตาลี มีประวัติศาสตร์ศิลปะและวัฒนธรรมที่หลากหลายผ่านสถานที่สำคัญมากมาย เมืองนี้ได้ชื่อว่าเมืองผู้นำแฟชั่นระดับแนวหน้าของโลก มีชื่อเสียงในการเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจการค้าแฟชั่นโมเดิร์นที่มีความทันสมัย เช่นเดียวกับ ปารีส และ นิวยอร์ค อีกทั้งมิลานยังเป็นหัวใจด้านเศรษฐกิจของอิตาลีเพราะเป็นศูนย์กลางการคมนาคมเขตอุสาหกรรมที่หนาแน่นที่สุดของประเทศและเป็นศูนย์กลางการเดินทางเข้าอิตาลี โดยเฉพาะรถไฟมาจากประเทศอื่นๆในยุโรป มีสถาปัตยกรรมที่เป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองมิลานที่สุดก็คือ “มหาวิหารดูโอโม่” (Duomo di Milano)
เพื่อให้ท่านได้เพลิดเพลินในการเดินเล่นอย่างเต็มอิ่มจุใจ อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
นำท่านชม มหาวิหารดูโอโม่ (Duomo di Milano) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองมิลาน วิหารโอ่อ่าใหญ่โตอลังการ สถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคสีขาวเด่นสวยงาม เป็นอันดับ 3 ของโลก เริ่มสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1386 แต่ระหว่างการก่อสร้างก็พบกับปัญหา และอุปสรรคมากมาย ทั้งปัญหาการเมือง และการเงิน กว่าจะเสร็จสมบูรณ์ก็ใช้เวลาไปถึง 579 ปี เปลี่ยนคนก่อสร้างไปหลายชั่วอายุคน แต่มีสถาปนิกที่คุมการก่อสร้าง ที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้นั่นก็คือ ลีโอนาโด นาวินชี ศิลปินชื่อก้องโลก วิหารนั้นมีการประดับประดาไปด้วยรูปปั้นกว่า 3,200 รูปที่สวยงาม และมียอดรวม 135 ยอด จนได้รับฉายาว่า “วิหารเม่น”
บริเวณใกล้กันจะเป็น ห้างสรรพสินค้ากลางเมืองมิลาน (Galleria Vittorio Emanuele II) ที่นี่เป็นห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ที่สุดในอิตาลี และเรียกได้ว่า เก่าแก่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองมิลาน ศูนย์การค้าสุดหรูของผู้หลงใหลแฟชั่นและอาหารชั้นเลิศแห่งนี้ Galleria Vittorio manuele II ตั้งอยู่ใกล้ๆกับ The Duomo
ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ สนามบินมิลาน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)
21.05 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินมัสกัต ประเทศโอมาน โดย สายการบินโอมานแอร์ (WY) เที่ยวบินที่ WY144 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) (ใช้เวลาบินประมาณ 7.10 ชั่วโมง)
06.15 น. เดินทางถึง สนามบินมัสกัต นำท่านแวะพักเปลี่ยนเครื่อง เพื่อเดินทางสู่ประเทศไทย
09.05 น. ออกเดินทางสู่ ประเทศไทย โดย สายการบิน สายการบินโอมานแอร์ (W5) เที่ยวบินที่ WY815 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) (ใช้เวลาบินประมาณ 6.40 ชั่วโมง)
17.45 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ

185/20 หมู่บ้านเดอะคอนเนค 32 ซอยลาดพร้าว 126 (กรัณฑ์พร)
แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา