
21.00 น. พร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศขาออกชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบิน EMIRATES (EK) โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสาร
01.05 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติเลโอนาร์โด ดา วินชี-ฟีอูมีชีโน ประเทศอิตาลี โดย สายการบิน EMIRATES (EK) เที่ยวบินที่ EK385
04.55 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรต แวะพักเปลี่ยนเครื่อง
08.55 น. นำท่านเดินทางสู่ถึง ท่าอากาศยานเลโอนาร์โด ดา วินชี-ฟีอูมีชีโน ประเทศอิตาลี เที่ยวบินที่ EK097
12.40 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานเลโอนาร์โด ดา วินชี-ฟีอูมีชีโน ประเทศอิตาลี นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและพิธีการทางศุลกากร (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) นำเดินทางสู่ สู่ กรุงโรม (Rome) (ระยะทาง 33 กม./45 นาที.) เมืองหลวงของอิตาลี และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เมื่อกาลเวลาหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้า สถาปัตยกรรมที่โลกไม่เคยลืมถ่ายรูปด้านนอกกับ โคลอสเซี่ยม (Colosseum) สัมผัสความยิ่งใหญ่ของสนามกีฬากลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลกใจกลางกรุงโรม ตระการตากับสิ่งก่อสร้างมหึมาที่สูงเท่าตึกหลายสิบชั้น และยาวโอบล้อมพื้นที่ประวัติศาสตร์กว่า 527 เมตร อิสระให้ท่านเก็บบันทึกภาพความประทับใจของกำแพงอิฐและหินทรายที่บอกเล่าเรื่องราวความรุ่งโรจน์ของมนุษยชาติมาอย่างยาวนาน
อัญมณีแห่งกรุงโรม... ดื่มด่ำความตระการตาที่ น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) อนุสรณ์สถานและลานน้ำพุที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตระการตากับงานประติมากรรมหินอ่อนแบบบาโรกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอิตาลี มุมถ่ายรูปที่นี่คือที่สุดของความคลาสสิก! แสงแดดที่ตกกระทบผิวน้ำสะท้อนเข้ากับงานสลักสไตล์บาโรก ทำให้ทุกช็อตของคุณดูราวกับหลุดออกมาจากภาพยนตร์ฮอลลีวูด เตรียมเหรียญในมือให้พร้อม แล้วมาลุ้นโชคกันที่นี่
เตรียมตัวตะลึงกับความยิ่งใหญ่ของ บันไดสเปน (Spanish steps) หนึ่งในสัญลักษณ์แห่งความโรแมนติกของกรุงโรม! นี่คือบันไดที่กว้างและยาวที่สุดในทวีปยุโรป! ซึ่งถูกขนานนามตามสถานทูตสเปนที่ตั้งอยู่ ณ บริเวณนั้น ความสง่างามและบรรยากาศอันมีเสน่ห์ดึงดูดผู้คนทั่วโลกให้มานั่งพักผ่อน ชมวิว และดื่มด่ำกับเสน่ห์ของเมืองอมตะแห่งนี้ นำท่านเดินทางสู่ เมืองปราโต (Prato) (ระยะทาง 295 กม./ 4.15 ชม.) หลายคนอาจจะนึกถึงเมืองอุตสาหกรรมสิ่งทอ แต่ในสายตาของนักเดินทางและชาวอิตาลี ที่นี่คือ "เมืองลับที่เต็มไปด้วยศิลปะและรสชาติ" หนีความวุ่นวายจากเมืองท่องเที่ยวหลัก มาสัมผัสชีวิตแบบ Local ที่แท้จริง
เย็น รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่1)
ที่พัก : Charme Hotel หรือโรงแรมและเมืองระดับใกล้เคียงกัน
(ชื่อโรงแรมที่ท่านพัก ทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนวันเดินทาง)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่2)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองปิซ่า (Pisa) (ระยะทาง 82 กม. / 1.15 ชม.) เป็นเมืองที่เป็นที่รู้จักอย่างดีเกี่ยวกับ หอเอนเมืองปิซาซากโบราณวัตถุของเมืองที่ยังหลงหลือจากศตวรรษที่5 ก่อนคริสตกาล ถ่ายภาพกับมนต์เสน่ห์แห่งความไม่สมบูรณ์แบบที่งดงามที่สุดในโลก หอเอนปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) ตื่นตากับโครงสร้างสุดแปลกตาที่ผสมผสานทั้งประวัติศาสตร์และความอัศจรรย์ใจไว้ในทุกองศาการเอียง แลนด์มาร์คสำคัญของอิตาลีที่ต้องมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต!
และมหาวิหารที่สวยที่สุดในลักษณะโรมันเนสก์ มหาวิหารปิซ่า (Cathedral of Pisa) แสดงให้เห็นจากซ้ายหอศีลจุ่ม กลางตัวมหาวิหาร และขวาหอระฆัง ตัวมหาวิหารเป็นผังกางเขน มีมุขท้ายวัด และตกแต่งซุ้มโค้งรอบวัดภายนอกเป็นแบบแถบหินอ่อน สลับสีทางขวาง ซึ่งกลายมาเป็นแบบที่เรียกว่า “ลักษณะปิซา”และโดมรูปไข่ และ Pisa Baptisty of St. John เป็นอาคารทางศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก
เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่3) เมนูพิเศษ!! พิซซ่ามาการิต้า (Pizza Margherita)
นำท่านเดินทาง เวนิส เมสเตร (Venice Mestre) (ระยะทาง 324 กม. / 4.30 ชม.) เมืองหน้าด่านบนฝั่งแผ่นดินใหญ่ของเวนิส ประเทศอิตาลีโรงแรมฝั่งนี้จะโมเดิร์น ห้องกว้าง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ
เย็น รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่4)
ที่พัก : Smart Holiday Hotel หรือโรงแรมและเมืองระดับใกล้เคียงกัน
(ชื่อโรงแรมที่ท่านพัก ทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วัน ก่อนวันเดินทาง)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่5)
นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือตรอนเคตโต้ (Tronchetto Pier) (ระยะทาง 12 กม. / 15 นาที.) และ นั่งเรือจากท่าเรือตรอนเคตโต้สู่ เกาะเวนิส (Venice Island) (ค่าทัวร์รวมค่าล่องเรือ Private Boat ไป-กลับ) เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทริปในฝัน! พาคุณข้ามฟากด้วยเรือ Private Boat ส่วนตัวมุ่งสู่ เกาะเวนิส แลนด์มาร์คที่คนทั่วโลกต้องมายลโฉมสักครั้งในชีวิต ตื่นตาไปกับวิถีชีวิตริมน้ำสุดสโลว์ไลฟ์ท่ามกลางฉายา "ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก"
นำท่านเช็คอินถ่ายภาพด้านนอกกับความสวยงามของ จัตุรัสซานมาร์โค (Piazza San Marco หรือ Saint Mark Square) เป็นจัตุรัสกลางเมืองเวนิส ที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในอิตาลี ล้อมรอบด้วยสถาปัตยกรมอันงดงาม อาทิ สะพานริอัลโต(Ponte di Rialto) เป็นสะพานที่เก่าแก่ที่สุดในเวนิสและเป็นสะพานแรกที่ข้าม Grand Canal เดินชมตัวเมืองจนถึง โบสถ์เซนต์มาร์ก(St. Mark’s Basilica) เดิมที่เป็นโบสถ์ส่วนตัวของผู้ครองเมืองในสมัยนั้น พระราชวังดอจส์ (Doge’s Palace) ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองเวนิส อิสระให้ท่านพักผ่อนและเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย
เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่6) เมนูพิเศษ!! สปาเก็ตตี้หมึกดำ (spaghetti with ink sauce)
ท่านเดินทางต่อไปยังจุดศูนย์กลางของ เมืองมิลาน (ระยะทาง 281 กม. /4.15 ชม.) หรือที่คนอิตาเลียนเรียกว่า มิลาโน่ (Milano) เป็นเมืองหลวงทางแฟชั่นของโลกแข่งกับปารีสในประเทศฝรั่งเศสเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจของอิตาลี นอกจากนั้นยังมีภาพวาดเฟรสโก้ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และโรงละครโอเปร่าอันลือชื่อ
เย็น รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่7)
ที่พัก : Best Western Plus The Hub Hotel หรือโรงแรมและเมืองระดับใกล้เคียงกัน
(ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วัน ก่อนวันเดินทาง)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่8)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองโคโม่ (Como) (ระยะทาง 51 กม./ 45 นาที.) ตั้งอยู่บริเวณพรมแดนกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โคโม่เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์ ตื่นตาตื่นใจกับเลเยอร์ของประวัติศาสตร์และธรรมชาติ ณ ทะเลสาบโคโม่ (Lake Como) ทะเลสาบรูปตัว Y กลับด้านที่โด่งดังไปทั่วโลก จากจุดกำเนิดของธารน้ำแข็งโบราณสู่สวรรค์แห่งการพักผ่อนที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ อิสระให้ท่านเก็บบันทึกภาพความประทับใจของวิถีชีวิตริมน้ำที่หรูหราและสงบเงียบ แลนด์มาร์คที่นิยามความงามของอิตาลีได้อย่างแท้จริง
จากนั้นเดินทางสู่ เมืองซุก (ZUG) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (ระยะทาง 201 กม. /4 ชม.) เป็นเมื่องที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศ และยังเป็นเมืองที่ติดอันดับหนึ่งในสิบของโลกเมืองที่สะอาดที่สุด
เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่9)
หากพอมีเวลาแนะนำ ให้ท่าน ร้านคาเฟ่ Confiserie Cafe Speck น่ารัก อาหารอร่อย เบเกอรี่หอมหวาน ช็อคโกแลต กาแฟหรือเค้ก (วันเวลาการการเปิด-ปิดของร้าน ไม่มีการแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้าทุกกรณี) รวมไปถึงเดินเล่นชิลๆ ชม โบสถ์ นักบุญออสวอลด์ (St.Oswald) ที่มีประวัติศาสตร์อย่างยาวนานแถมเป็นโบสถ์ประจำเมืองซุกอีกด้วย อิสระช้อปปิ้งที่ Lohri AG Store ที่มีนาฬิกาชั้นนำระดับโลกให้ท่านเลือกซื้อเลือกชมอาทิ เช่น Patek Philippe, Franck Muller Cartier, Piaget, Parmigiani Fleurier, Panerai, IWC, Omega, Jaeger-LeCoultre, Blancpain, Tag Heuer ฯลฯ จากนั้นเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น (Lucerne) (ระยะทาง 32 กม. / 30 นาที .) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบและขุนเขา ชมนิยามแห่งความกล้าหาญและความเศร้าที่สลักลงบนผืนผาหิน สิงโตหินแกะสลัก (Dying Lion of Lucerne) ที่นี่ไม่ใช่แค่จุดถ่ายรูปสวยๆ แต่คืออนุสรณ์แทนคำขอบคุณถึงทหารผู้เสียสละ ใครมาสวิตเซอร์แลนด์แล้วไม่ได้มาทักทายน้องสิงโตที่นี่ บอกเลยว่ามาไม่ถึงเมืองลูเซิร์น
สัมผัสบรรยากาศสุดโรแมนติก สะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ทอดข้ามผ่าน แม่น้ำรอยส์ ซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์นเป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1333 โดยใต้หลังคาคลุมสะพานมีภาพวาดประวัติศาสตร์ของชาวสวิสตลอดแนวสะพาน
เย็น รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่10)
ที่พัก : ibis styles Lucern city หรือโรงแรมและเมืองระดับใกล้เคียงกัน
(ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วัน ก่อนวันเดินทาง)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่11)
นำท่านเดินทางไปสู่ สถานีกรินเดิลวาลด์ (Grindelwald Terminal) (ระยะทาง 87 ก.ม./ 1.15 ชม.) เพื่อนั่ง กระเช้าลอยฟ้าไอเกอร์เอ็กเพรส (Eiger Express) สู่ สถานีไอเกอร์เกลตเชอร์ (Eigergletcher) ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อให้ท่านเปลี่ยนขึ้นรถไฟขึ้นสู่ สถานีรถไฟจุงเฟรายอร์ค (Jungfraujoch) สถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป (Top of Europe) (ค่าทัวร์รวมค่ากระเช้าและรถไฟ ไป-กลับ)
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่12)
นำท่านเที่ยวชม ปราสาทน้ำแข็ง (Ice palace) ที่สร้างขึ้นจากกองน้ำแข็งที่ก่อตัวอยู่ใต้ระเบียงชมวิวลงไป 20 เมตร ภายในทางเดินเหมือนโพรงถ้ำเข้าไป ให้ท่านชมรูปสลักน้ำแข็งต่างๆ อุณหภูมิภายในถ้ำอยู่ที่ -3 องศา อัลไพน์ เซนเซชัน (Alpine Sensation Adventure Tunnel) คืออุโมงค์ แสดงเรื่องราวของการรถไฟจุงเฟราและการพัฒนาของการท่องเที่ยวในเขตเทือกเขาแอลป์ ผ่านจอภาพยนตร์ 360 องศา สฟิงซ์ฮอลล์ (Sphinx Observatory)
จากนั้นนำท่านนั่งรถไฟไต่เขาลงจากยอดเขาจุงเฟรา โดยรถไฟ 2nd CLASS สู่ สถานีไอเกอร์เกลตเชอร์ (Eigergletscher) เพื่อนั่งกระเช้าลอยฟ้าไอเกอร์เอ็กเพรส (Eiger Express) กลับสู่ สถานีกรินเดลวัลด์ (Grindelwald) นำท่านเดินทางสู่ เมืองดิฌง (Dijon) ประเทศฝรั่งเศส (ระยะทาง 328 ก.ม./ 4.45 ชม.) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องของไวน์ชั้นเลิศ
เย็น รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่13)
ที่พัก : Ibis Style Dijon Nord Valmy หรือโรงแรมและเมืองระดับใกล้เคียงกัน
(ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วัน ก่อนวันเดินทาง)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่14)
เดินทางสู่ เมืองปารีส (Paris) (ระยะทาง 315 กม. / 4.30 ชม.) เมืองหลวงประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนแม่น้ำแซน ผู้คนเรียกว่า "เมืองแห่งความรัก" เพราะบรรยากาศโรแมนติก และได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งศิลปะ
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่15)
นำท่านเช็คอิน ประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de Triomphe) ที่มีอายุกว่า 200 ปี และถูกจัดอันดับประตูชัยที่ใหญ่อันดับ 2 ของโลก มีรูปแกะสลักที่เป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ การปลุกใจ รวมทั้งสดุดีการเสียสละแก่วีรชนทหารกล้า
จากนั้นให้ท่านอิสระช้อปปิ้งถนนที่มีชื่อเสียงที่โด่งดังที่สุดในฝรั่งเศส ถนนฌ็องเซลิเซ่ (Champs Elysees) แหล่งรวมสินค้าแบรนด์ดังระดับโลกทุกแบรนด์ และยังถูกจัดอันดับให้เป็นถนนที่สวยที่สุดในโลก
ผ่านชม จัตุรัสคองคอร์ด (Place de la Concorde) แลนด์มาร์กที่โดดเด่นและยังเป็นสถานที่แห่งความทรงจำทางประวัติศาสตร์ใจกรุงปารีส เป็นสัญลักษณ์ของสงครามกลางเมืองและการปฏิวัติการปกครองของฝรั่งเศส
เปิดประสบการณ์ลอยล่องในห้วงเวลาแห่งรัก... ปล่อยใจไปกับ ล่องเรือแม่น้ำแซน โดย บาโต มูช (Bateaux-Mouches) (ใช้เวลาล่องเรือประมาณ 1 ชม.) มีการบรรยายเกี่ยวกับประวัติเมืองปารีสตลอดทั้งสายการเดินทางระหว่างสองข้างทางที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมต่างๆ ดื่มด่ำภาพทัศนียภาพในฝัน สะท้อนมุมมองสุดเอ็กซ์คลูซีฟของ มหาวิหารน็อทร์-ดาม, พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ และหอไอเฟล ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกเหนือกาลเวลา (ค่าทัวร์รวมค่าล่องเรือ)
เย็น รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่16) เมนูพิเศษ!! หอยเอสคาโก้ (Escargot)
ที่พัก : Best western Paris CDG หรือโรงแรมและเมืองระดับใกล้เคียงกัน
(ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วัน ก่อนวันเดินทาง)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่17)
ให้เรามาเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน...ณ หอไอเฟล (Eiffel Tower) แลนด์มาร์คแห่งรักนิรันดร์ของฝรั่งเศส ปล่อยใจไปกับความโรแมนติกที่แผ่ซ่านไปทั่วท้องฟ้า ขณะที่หอคอยโครงสร้างเหล็กสูงเสียดฟ้าเทียบเท่าตึก 81 ชั้นนี้ จะเป็นฉากหลังอันงดงามที่บอกเล่าเรื่องราวความรักของเราไปตลอดกาล (*กรณีการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ การเปลี่ยนสีและร่วงโรยของใบไม้ รวมถึงการตกของหิมะ ไวหรือช้าทั้งนี้ขึ้นอยุ่กับสภาพอากาศในแต่ละปี)
ถ่ายรูปด้านนอกกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า มหาวิหารนอเทรอดามแห่งปารีส (Cathdrale Notre-Dame De Paris) สวยงามทุกองค์ประกอบ บอกเล่าผ่านทั้งสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในแบบกอธิก ที่ประณีตและบรรจง จึงเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก พร้อมเก็บภาพประทับใจกับมหาวิหารระดับโลก
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่18)
จุดหมายปลายทางของใครหลายๆ คน ปักหมุดแลนด์มาร์กมหาชน ถ่ายภาพด้านนอกกับ พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre Museum) สถาปัตยกรรมที่ผสมผสานความคลาสสิกทางประวัติศาสตร์เข้ากับความโมเดิร์นได้อย่างลงตัว โดยมี พีระมิดแก้วในตำนาน เป็นจุดเช็กอินมหาชน ป็นพิกัดถ่ายรูปยอดฮิตระดับโลกที่สายแฟชั่นและนักท่องเที่ยวต้องแวะมาโพสท่าถ่ายรูปสวยๆ อัปลงโซเชียลสักครั้งในชีวิต
เดินช้อปสนุกในราคาที่คุ้มค่ากว่าใคร ห้างปลอดภาษี Benlux Louvre duty free สัมผัสประสบการณ์ช้อปปิ้งเหนือระดับ ณ ห้างปลอดภาษีชั้นนำใจกลางกรุงปารีส แหล่งรวมสินค้าแฟชั่นและความงามจากแบรนด์ดังที่ทั่วโลกยอมรับ อิสระให้ท่านเลือกซื้อของขวัญและของที่ระลึกสุดพิเศษในราคาปลอดภาษี พร้อมการบริการที่น่าประทับใจ วิมานการช้อปปิ้งที่หรูหราที่สุดในปารีส ห้างแกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ (Galleries Lafayette) เป็นห้างหรูที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของปารีส ภายในอาคารที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม จะแบรเนนอไหนก็เอาอยู่ Prada, Saint Laurent (YSL), Balenciaga, Fendi, Celine และ Herms และในปัจจุบันมีสาขาแบ่งอยู่ตามเมืองใหญ่ๆ ทั้งในประเทศและนอกประเทศ รวมแล้วทั้งหมด 61 แห่ง
เย็น รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่19)
ที่พัก : Best western Paris CDG หรือโรงแรมและเมืองระดับใกล้เคียงกัน
(ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วัน ก่อนวันเดินทาง)
ตลาดคริสต์มาส (Christmas Market)
ปารีส (Paris) มีตลาดคริสต์มาสที่เก่าแก่โดยตลาดจะเริ่มจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงสิ้นเดือนธันวาคม จะประกอบไปด้วยร้านค้าขายของมากมาย ทั้งของตกแต่งคริสต์มาส งานฝีมือ ของขวัญ อาหาร เค้ก ขนมน่ารักๆ และเครื่องดื่ม ไวน์
*กรณีการเปลี่ยนช่วงเวลาการเปิด-ปิด ของตลาดคริสต์มาส(Christmas Market) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ หรือประกาศของเมืองนั้นๆ รวมไปถึงเหตุขัดข้องอื่นใดก็ตาม
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่20)
เที่ยวชมมรดกโลกขององค์การยูเนสโก พระราชวังแวร์ซาย (Versailles Palace) (ค่าทัวร์รวมค่าเข้าชมและไกด์บรรยายภาษาไทย) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศฝรั่งเศส นับเป็นพระราชวังที่มีความยิ่งใหญ่และงดงามอลังการมาก อีกทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภายในประกอบด้วยห้องถึง 700 ห้อง รูปภาพทรงคุณค่า 6,123 ภาพ และงานแกะสลักจากศิลปินชั้นเอก 15,034 ชิ้น ควรามกว้างขวางวัดได้จากขนาดพื้นที่ของพระราชวัง ทั้งหมด 800 เฮกการ์ (5,000 ไร่) โดยแบ่งออกเป็นส่วนใหญ่ๆ ด้วยกัน ได้แก่ The Palace หรือด้านในของพระราชวัง มีห้องมากมายถึง 700 ห้อง ไม่ว่าจะเป็น ห้องบรรทม, ห้องเสวย, ห้องสำราญ และห้องพำนักอื่นๆ แต่ไม่มีห้องน้ำแม้แต่เพียงห้องเดียว ห้องกระจก หรือ The Hall of Mirrors เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดในพระราชวัง และมีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุด ถูกก่อสร้างด้วยกระจกบานยักษ์ใหญ่เจียรไนสุดวิบวับทั้งหมด 17 บาน
เมื่อเปิดออกมาจะพบเห็นมุมที่สวยที่สุดของสวนแวร์ซาย The Gardens สวนที่ตกแต่งให้มีลวดลายเหมือนเขาวงกต ประดับประดาด้วยต้นไม้ สวนดอกไม้แบบเรขาคณิต มีประติมากรรมและหินอ่อนโดยได้รับแรงบันดาลใจจากเทพนิยายกรีกโรมัน The Estate of Trianon พระตำหนักเล็กๆ ของพระนางพระนางมารี อองตัวเนต และสวนดอกไม้ส่วนตัว ท่ามกลางหมู่บ้านชนบทที่เงียบสงบ ซึ่งพระนางทรงโปรดที่จะมาพักผ่อนและใช้ชีวิตเรียบง่ายแบบคนธรรมดา
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่21)
ของมันต้องมี! อิสระช้อปปิ้ง Grain de Cuir ร้านกระเป๋าแบรนด์เนมชั้นนำ ราคาดี อาทิเช่น Hermes, Louis Vuitton, Chanel, Prada, Celine, Dior หรือแบรนด์ที่คนไทยนิยมใช้นั้นก็คือ Longchamp นั้นเอง นำท่านเดินทางสู่ เมืองเซรีส (Serris) ประเทศฝรั่งเศส (ระยะทาง 61 กม. / 1 ชม.) เป็นย่านชานเมืองของปารีส ตั้งอยู่นอกบริเวณของดิสนีย์แลนด์ปารีส มีศูนย์การค้าที่ใหญ่โต และสวนสาธารณะอันกว้างขวาง อิสระช้อปปิ้งความคุ้มค่าระดับเวิลด์คลาส เอาท์เล็ท ลาวัลเล่ (La Valle Village Outlet) สัมผัสประสบการณ์ช้อปปิ้งเหนือระดับในเอาท์เล็ทชื่อดังที่สุดของฝรั่งเศส ตระการตากับสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำ อาทิ VERSACE, GUCCI, LACOSTE และแบรนด์หรูอีกมากมายที่ยกขบวนมาจัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ อิสระให้ท่านเลือกช้อปปิ้งตามอัธยาศัยในบรรยากาศหมู่บ้านยุโรปที่แสนอบอุ่น
ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติปารีส-ชาร์ล เดอ โกล ประเทศฝรั่งเศส เพื่อเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ (ระยะทาง 38 กม. / 45 นาที.)
21.35 น. เดินทางกลับ ประเทศไทย โดยสายการบิน EMIRATES (EK) เที่ยวบินที่ EK076
07.20 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรต แวะพักเปลี่ยนเครื่อง
09.30 น. เดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบิน EMIRATES (EK) เที่ยวบินที่ EK372
18.40 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพ

185/20 หมู่บ้านเดอะคอนเนค 32 ซอยลาดพร้าว 126 (กรัณฑ์พร)
แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา