
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | ว่าง | |
|---|---|---|---|---|---|
| 04 พ.ย. 69 - 08 พ.ย. 69 | 31,888 บาท | 7,500 บาท | 31,888 บาท | 34 | จอง |
| 11 พ.ย. 69 - 15 พ.ย. 69 | 31,888 บาท | 7,500 บาท | 31,888 บาท | 24 | จอง |
| 13 พ.ย. 69 - 17 พ.ย. 69 | 33,888 บาท | 7,500 บาท | 33,888 บาท | 34 | จอง |
| 20 พ.ย. 69 - 24 พ.ย. 69 | 33,888 บาท | 7,500 บาท | 33,888 บาท | 30 | จอง |
| 27 พ.ย. 69 - 01 ธ.ค. 69 | 33,888 บาท | 7,500 บาท | 33,888 บาท | 34 | จอง |
| 11 ธ.ค. 69 - 15 ธ.ค. 69 | 33,888 บาท | 7,500 บาท | 33,888 บาท | 34 | จอง |
21.00 น. พร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง ประเทศไทย อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศขาออก ชั้น 3 เคาน์เตอร์สายการบิน AIR ASIA X (XJ) มีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและติดแท็กกระเป๋า
00.55 น. เดินทางสู่ ประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบิน AIR ASIA X (XJ) เที่ยวบินที่ XJ612 (ค่าทัวร์ไม่รวมค่าอาหารบนเครื่อง บนเครื่องมีจำหน่าย)
08.40 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติคันไซ ประเทศญี่ปุ่น (เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง กรุณาปรับนาฬิกา ของท่านเป็นเวลาท้องถิ่น เพื่อความสะดวกในการนัดหมาย) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร สำคัญ!!! ประเทศญี่ปุ่นไม่อนุญาตให้นำอาหารสด จำพวก เนื้อสัตว์ พืช ผัก ผลไม้ เข้าประเทศ หากฝ่าฝืนจะมีโทษจับและปรับ
เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่1)
นำทุกท่านสู่ นารา (Nara) (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 30 นาที) เป็นเมืองหลวงเก่าแก่ที่มีความสำคัญสิ่งก่อสร้างโบราณมากมาย ทั้งวัด ศาลเจ้า และโบราณสถานต่างๆ สักการะพระพุทธรูปสำริดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น วัดโทไดจิ (Todaiji) มหาวิหารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เตรียมตัวตระการตากับความอลังการของ 'วิหารไดบุตสึเดน' สถาปัตยกรรมไม้ที่ครองสถิติใหญ่ที่สุดในโลก! แม้ปัจจุบันจะมีขนาดเพียง 2 ใน 3 ของวิหารเดิม แต่มนต์เสน่ห์และความขลังยังคงสะกดทุกสายตา และสัมผัสพลังแห่งศรัทธาขณะกราบสักการะ 'หลวงพ่อโตไดบุตสึ' องค์พระพุทธรูปสัมฤทธิ์หล่อโบราณที่ประดิษฐานอย่างสง่างามท่ามกลางวิหารมรดกโลกที่ยืนหยัดผ่านกาลเวลามานับพันปี *กรณีการเปลี่ยนสีและการร่วงโรยของใบไม้ ไวหรือช้าทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละปี
บริเวณใกล้เคียงกันมี สวนกวางนารา (Nara deer park) เตรียมตัวโดนตก! กับความน่ารักของฝูงกวางซีกากว่า 1,200 ตัวที่พร้อมต้อนรับคุณตลอดเส้นทางสู่วัดโทไดจิ สวนแห่งนี้ไม่ใช่แค่ที่พักผ่อน แต่คือแลนด์มาร์คสุดยิ่งใหญ่ที่มีมาตั้งแต่ปี 1880! เดินชิลล์ช้อปของที่ระลึกเก๋ๆ หรือจะซื้อขนมเซมเบ้มาแจกความสดใสให้เหล่าน้องกวาง เตรียมท่าโพสต์ให้พร้อม แล้วมาสัมผัสความน่ารักของเจ้าถิ่นนารากัน (ค่าทัวร์รวมค่าเข้าชมวัด แต่ไม่รวมค่าอาหารกวาง)
เดินทางสู่ โอซาก้า (Osaka) (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 1 ชั่วโมง) เป็นเมืองที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 เป็นจุดหมายของใครหลายๆคน เป็นเมืองที่น่าตื่นเต้นและมีสีสัน สามารถสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม อาหารอร่อย ผู้คนเป็นมิตร และสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ แลนด์มาร์คสุดยูนีคใครก็ห้ามพลาด ศาลเจ้านัมบะ ยาซากะ (Namba Yasaka Shrine) พิกัดสุด Unseen ที่จะทำให้คุณต้องหยุดหายใจกับ "วิหารหัวสิงโตมหาอำนาจ" ที่สูงตระหง่านกว่า 12 เมตร! พลังแห่งการปัดเป่า หัวสิงโตแยกเขี้ยวสุดเกรงขามนี้ไม่ได้มีไว้แค่ถ่ายรูปเท่ๆ แต่ตามความเชื่อโบราณ ปากที่อ้ากว้างขวางนี้จะช่วย "กลืนกินสิ่งชั่วร้ายและเคราะห์กรรม" ของผู้ที่มาเยือนให้หายวับไปกับตา!
วาร์ปสู่โลกวินเทจแห่งโอซาก้า ชินเซไก (Shinsekai) (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 30 นาที) สัมผัสเสน่ห์ยุคโชวะที่ยังลมหายใจ! ย่านสุดเก๋าที่รวมความดิบ ความอาร์ต และความอร่อยแบบตะโกนไว้ในที่เดียว จนได้ฉายาว่า "โลกใหม่" ที่คลาสสิกที่สุดของญี่ปุ่น Iconic Spot แชะภาพคู่กับ "หอคอยซึเทนคาคุ" (Tsutenkaku Tower) แลนด์มาร์คทรงพลังที่เปรียบเสมือนหอไอเฟลแห่งโอซาก้า
เย็น อิสระอาหารเย็น ตามอัธยาศัย เพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาของท่าน
ที่พัก: Sarasa Hotel Namba / Sarasa Hotel Dotonbori / Sarasa Hotel Shinsaibashi Or Sarasa Hotel Shin-Osaka 3*หรือระดับและเมืองใกล้เคียงกัน
(ชื่อโรงแรมที่ท่านพัก ทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง)
กรณีที่ได้ Sarasa Hotel Shin-Osaka ท่านสามารถอิสระท่องเที่ยวด้วยตัวเอง โดยการนั่งรถไฟไปย่านชินไซบาชิเพียง 10 นาที กรณีที่ได้พัก Hotel Sarasa Namba / Shinsaibashi / Dotonbori ท่านสามารถอิสระท่องเที่ยวด้วยตัวเอง โดยการเดินและเพลิดเพลินไปกับย่านชินไซบาชิได้ เช็คอินย่านดัง ย่านชินไซบาชิ (Shinsaibashi) ย่านช้อปปิ้งขนาดมหึมาระยะทางกว่า 600 เมตร เต็มไปด้วยร้านเครื่องสำอาง ร้านขายเสื้อผ้า ร้านปลอดภาษี (Duty Free) ร้าน 100 เยน ไปจนถึงร้านอาหารและคาเฟ่ก็รวมตัวกันอยู่ที่นี่ และจุดเด่นคือมี ป้ายไฟกูลิโกะ (Glio LED) ป้ายไฟที่ไม่เพียงบ่งบอกความนิยมของแบรนด์ขนมชื่อดังอย่างกูลิโกะเท่านั้น แต่ยังเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองโอซาก้าอีกด้วย โดยป้ายไฟกูลิโกะ (Glico LED) นี้ถูกสร้างขึ้นมาครั้งแรกในปี ค.ศ. 1953 ตั้งอยู่บริเวณสะพานอิบิซึบาชิ (Ebisubashi Bridge) สะพานเล็กๆที่เชื่อมต่อระหว่าง ย่านโดทงโบริ (Dotonbori) กับย่านชินไซบาชิ ย่านการค้ายอดนิยมของโอซาก้า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่2)
เดินทางสู่ เมืองมิโนะ (Mino) (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 1 ชั่วโมง) ขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติอันงดงาม อากาศบริสุทธิ์ และสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย บุกอาณาจักรดารุมะ พิชิตชัยชนะแห่งโชคลาภวัดคัตสึโอจิ (Katsuoji Temple) พิกัดสุดขลังบนหุบเขาในโอซาก้า ที่จะพาคุณหลุดเข้าไปในโลกของ "ตุ๊กตาดารุมะ" (Daruma) สีแดงสดใส นับพันตัว! ไม่ว่าคุณจะหันไปมุมไหน ตั้งแต่ซอกหิน กิ่งไม้ ไปจนถึงศาลาวัด ก็จะเจอน้องดารุมะจิ๋วคอยส่งพลังใจให้คุณพิชิตทุกเป้าหมาย ที่นี่มีสวนสไตล์ญี่ปุ่นสวยๆ ขนาดใหญ่ให้เดินชม และยังเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงของเมืองโอซาก้าด้วย (ค่าทัวร์รวมค่าเข้าชมวัด)
เดินทางสู่ เกียวโต (Kyoto) (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองหลวงเก่าแก่ของญี่ปุ่น เต็มไปด้วยวัดวาอาราม ศาลเจ้า และสวนสวยๆ มากมาย และเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องวัฒนธรรมดั้งเดิม ชา และอาหาร ช้อปปิ้งที่ Duty free แหล่งช้อปปลอดภาษี ที่รวบรวมสินค้าราคาพิเศษ และมีชื่อเสียงที่เห็นแล้วต้องรู้ว่ามาจากประเทศญี่ปุ่นเช่น โฟมถ่านหินภูเขาไฟ วิตามิน อาหารเสริม ครีมต่างๆ ขนมญี่ปุ่นหลากหลายชนิด รวมไปถึงชาเขียว ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของญี่ปุ่น เป็นต้น ให้ทุกท่านสามารถเลือกซื้อเป็นของฝาก
เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่3) เมนูพิเศษ ชาบูบุฟเฟ่ต์ (Shabu buffet)
ชมความสวยงาม วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji) (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 30 นาที) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "วัดทอง (GoldenPavilion)" ที่นี่คือจุดเช็กอินที่ฮิตตลอดกาลของเกียวโต โดดเด่นด้วยวิหารไม้สีทองอร่าม 3 ชั้นที่ผสมผสานความมินิมอลของกำแพงสีขาวเข้ากับความลักชัวรีของทองคำเปลวได้อย่างลงตัว ด้านในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและรูปปั้นของโชกุนอาชิกางะ โยชิมิตสึ (ใช่แล้ว...โชกุนจากการ์ตูนอิกคิวซังนั่นแหละ!) กิมมิกสุดคูลที่ห้ามพลาดซูมกล้องไปดูคือ ‘นกฟินิกซ์สีทอง’ บนยอดหลังคาที่สยายปีกอย่างสง่างาม ถือเป็นพิกัดที่รวมทั้งประวัติศาสตร์ซามูไรและความอาร์ตระดับโลกเอาไว้ด้วยกัน (ค่าทัวร์รวมค่าเข้าชมวัด)
**กรณีที่ไม่สามารถไปวัดคินคะคุจิ (Kinkakuji) ได้ เนื่องจากการจราจรติดขัด ที่จอดรถไม่เพียงพอ ภัยพิบัติทางธรรมชาติหรือเหตุขัดข้องอื่นๆ ทางบริษัทฯ ขอปรับเปลี่ยนสถานที่ท่องเที่ยวตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของท่านเป็นหลักแทน โดยไม่แจ้งให้ท่านทราบทุกกรณี
สถานที่ไม่ควรพลาด ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Taisha) (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 30 นาที) หรือ "ศาลเจ้าเสาแดงหมื่นต้น" แห่งเมืองเกียวโต จุดรวมพลังแห่งศรัทธาที่สร้างขึ้นบูชา เทพเจ้าอินาริ เทพแห่งความมั่งคั่งและการเกษตร ไฮไลท์ที่ต้องห้ามพลาดคือการโพสต์ท่าเท่ๆ กลางอุโมงค์ เสาโทริอิ (Senbon Torii) สีแดงสดนับพันต้น ซึ่งล้วนเกิดจากแรงศรัทธาของเหล่านักธุรกิจที่มาขอพรให้กิจการรุ่งเรือง และอย่าลืมสังเกต รูปปั้นสุนัขจิ้งจอก รอบศาลเจ้า ที่เป็นเสมือนทูตสวรรค์คอยส่งสารบอกบุญ ใครสายคอนเทนต์หรือสายมูบอกเลยว่าที่นี่คือที่สุด!
เดินทางสู่ เมืองโกเบ (Kobe) (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองท่าโบราณที่เปิดรับอารยธรรมตะวันตกมาตั้งแต่ร้อยกว่าปีก่อน มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายและที่สำคัญของขึ้นชื่อที่โด่งดังคือ "เนื้อโกเบ" (Kobe Beef) ลายหินอ่อนแทรกมัน ที่ใครๆ ต่างก็อยากลิ้มลอง
เย็น รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่4) Buffet ขาปูแบบไม่อั้น!! ชนิดของขาปูขึ้นอยู่กับการนำเข้าของโรงแรม
ที่พัก : Kobe Hotel Fruit Flower Onsen 4*หรือระดับและเมืองใกล้เคียงกัน
(ชื่อโรงแรมที่ท่านพัก ทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่5)
เดินทางสู่ เมืองฮิเมจิ (Himeji) (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองท่าน่ารักที่ผสมผสานความสงบและความยิ่งใหญ่ได้อย่างลงตัว ที่สุดแห่งสมบัติชาติอิตำนานถ่ายรูปด้านนอกกับ ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) เตรียมชุดเก่งของคุณให้พร้อม แล้วมาลั่นชัตเตอร์กับ ‘สุดยอดสถาปัตยกรรมไม้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น’ การันตีความปังด้วยตำแหน่งมรดกโลก UNESCO แห่งแรกของประเทศ! ไฮไลต์คือการได้มายืนถ่ายรูปจากด้านนอก มองเห็นตัวปราสาทสีขาวโพลนสะดุดตาพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้าจนได้รับฉายาว่า "ปราสาทนกกระสาขาว" (Shirasagi-jo) ความมหัศจรรย์คือวิหารไม้สูง 6 ชั้นแห่งนี้ เป็นของดั้งเดิมแท้ๆ ที่รอดพ้นจากระเบิดและเพลิงสงครามมาได้นานกว่า 400 ปี! (ค่าทัวร์ไม่รวมค่าเข้าชม)
พิกัดลายแทงของนักช้อป! ถนนมิยูกิโดริ (Miyuki Street) ถนนคนเดินหลังคาโดมสุดไอคอนิก ผสมผสานเสน่ห์ยุคโชวะคลาสสิกเข้ากับร้านแฟชั่นสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว สวรรค์ของนักช้อป รวมพิกัดร้านขายยา เครื่องสำอาง เสื้อผ้า และของฝากพื้นเมืองครบครันตลอดทาง หรือ "สายกิน" เพราะมีสตรีทฟู้ดให้เลือกชิมทั้งของคาวโลคอล (ฮิเมจิโอเด้ง/ลูกชิ้นปลาชีสเยิ้ม) คาเฟ่สุดฮิป และของหวานพรีเมียมให้เดินเคี้ยวเพลินตลอดทาง ชhอปสนุก กินฟิน ได้ของครบจบในสายเดียวแน่นอน
เที่ยง อิสระอาหารเที่ยง ตามอัธยาศัย เพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาของท่าน
เดินทางสู่ เมืองโกเบ (Kobe) (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 1 ชั่วโมง) ยินดีต้อนรับสู่เมืองที่ทุกลมหายใจคือความสุนทรี เมืองชิลๆ สำหรับเดินจูงมือทอดน่อง รับลมทะเลเย็นๆ และมองดูพระอาทิตย์ตกดิน ปล่อยใจไปกับ ‘วิวร้อยล้าน’ สุดโรแมนติก อิสระเดินเล่นที่ โกเบฮาร์เบอร์แลนด์ (Kobe Harborland) ที่นี่แบ่งออกเป็นโซนหลักๆ ดังนี้ สุดชิลเช็กอินความชิคกันที่ห้าง umie MOSAIC สวรรค์ของนักชอปที่ขนร้านค้าไลฟ์สไตล์มาให้เลือกละลายทรัพย์แบบจุใจ กิมมิกเด็ดคือโซนไดนิ่งริมระเบียงที่เปิดโอกาสให้คุณนั่งพร้อมกับดูเรือสำราญล่องผ่านหน้าในผืนน้ำกว้าง หรือไปหามุมถ่ายรูปเก๋ๆ รอบอ่าว ตั้งแต่สถาปัตยกรรมย้อนยุคของ โกดังอิฐแดง (Red Brick Warehouse) ลานกิจกรรมกลางแจ้งสุดคึกคัก และพิกัดห้ามพลาดอย่างป้าย BE KOBE ที่ใครมาก็ต้องแวะกดชัตเตอร์ หรือจะตามล่าความสุขด้วยการไปนั่งหมุนวนชมทัศนียภาพยามค่ำคืนบนชิงช้าสวรรค์ยักษ์ เป็น One Day Trip ที่กลมกล่อมและฟินจนไม่อยากกลับบ้าน (ค่าทัวร์ ไม่รวม ค่าเข้าชม ค่ากิจกรรม หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่นๆ)
เดินทางสู่ เมืองอิซุมิซาโนะ (Izumisano) (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 1 ชั่วโมง) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดโอซาก้า อยู่ใกล้สนามบินคันไซมี เป็นเมืองที่มีเสน่ห์น่าดึงดูด ธรรมชาติที่สวยงาม วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันยาวนาน และอาหารที่ จะเดินช้อป-ชิม-ชิล ก็ได้ทั้งนั้นที่ Rinku Premium Outlets (สวรรค์ของนักช้อป) ที่ถูกออกแบบมาโดยได้แรงบัลดาลใจมาจากบรรยากาศท่าเรือตอนใต้ของอเมริกา จำลองเป็นเสมือนเมืองท่าแห่งการช้อปปิ้งที่ยิ่งใหญ่ ภายใต้การแตกแต่งที่ดูหรูหรามีสไตล์และรวบรวมแบรนด์ดังมากถึง 210 ร้าน ครบครันทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน เช่นแบรนด์ Dolce & Gabbana, Armani, Kate Spade New York, Coach, United Arrows, NIKE, Adidas และ Royal Copenhagen ยังมีมุมให้นั่งพักผ่อนอย่าง ศูนย์อาหารที่คัดร้านดีร้านอร่อยให้นั่งทานอีกด้วย
หากพอมีเวลาแนะนำอิสระท่องเที่ยว! รินกุทาวน์ (Rinku Town) ที่นี่เป็นพิกัดยอดฮิตของนักท่องเที่ยวสำหรับมาเดินทิ้งทวนก่อนขึ้นเครื่องกลับไทยในโซนอื่นๆ เช่น • Rinku Pleasure Town SEACLE (โซนความบันเทิงและไลฟ์สไตล์) ห้างสรรพสินค้าที่เน้นสินค้าแนวไลฟ์สไตล์ คาเฟ่ ร้านอาหาร และเครื่องเล่น เหมาะสำหรับครอบครัว โดยมีแลนด์มาร์กเด่นคือ ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ "Rinku no Hoshi" (ค่าตั๋วขึ้นชิงช้าสวรรค์ประมาณ 700 เยนต่อคน) • Rinku Park & Marble Beach (ชายหาดหินกรวดสีขาวสุดฮิป) เป็นจุดนั่งพักผ่อนรับลมทะเล และเป็นพิกัดยอดฮิตของวัยรุ่นญี่ปุ่นในการถ่ายภาพพอร์ตเทรตสไตล์มินิมอลอัปลง IG เพราะแสงสวยและมีมุมถ่ายรูปที่เก๋ไก๋ไม่ซ้ำใคร
(ค่าทัวร์ ไม่รวม ค่าเข้าชมหรือค่ากิจกรรมต่างๆ หมายเหตุ: จุดจอดรถจะเป็นโซน Rinku Premium Outlets แต่สามารถอิสระเดินเล่นโซนอื่นๆ ได้ตามอัธยาศัยและพบเจอกับไกด์ตามเวลาและสถานที่ ที่กำหนด)
เย็น อิสระอาหารเย็น ตามอัธยาศัย เพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาของท่าน
ที่พัก: Izumisano Center Hotel หรือ N GATE HOTEL OSAKA 3* หรือระดับและเมืองใกล้เคียงกัน
(ชื่อโรงแรมที่ท่านพัก ทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง)
กรณีที่ได้พัก Izumisano Center Hotel อิสระท่องเที่ยวโดยรถแท็กซี่ (ค่าทัวร์ไม่รวมค่ารถโดยสาร) ใช้เวลาโดยประมาณ 7 นาที เพื่อเดินทางไปที่ รินคู พรีเมี่ยม เอาท์เล็ท (Rinku Premium Outlets) หรือกรณีที่ได้พัก N GATE HOTEL OSAKA ท่านสามารถอิสระเดินเล่น ใช้ระยะเวลาประมาณ 11 นาที เพื่อไปช้อปปิ้งที่ รินคู พรีเมี่ยม เอาท์เล็ท (Rinku Premium Outlets) ที่ถูกออกแบบมาโดยได้แรงบัลดาลใจมาจากบรรยากาศท่าเรือตอนใต้ของอเมริกา จำลองเป็นเสมือนเมืองท่าแห่งการช้อปปิ้งที่ยิ่งใหญ่ ภายใต้การแตกแต่งที่ดูหรูหรามีสไตล์และรวบรวมแบรนด์ดังมากถึง 210 ร้าน ครบครันทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน เช่นแบรนด์ Dolce & Gabbana, Armani, Kate Spade New York, Coach, United Arrows, NIKE, Adidas และ Royal Copenhagen ยังมีมุมให้นั่งพักผ่อนอย่างศูนย์อาหารที่คัดร้านดีร้านอร่อยให้นั่งทานอีกด้วย
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่6) หรือ บริการอาหารเช้าแบบ SET BOX กรณีที่พักอยู่ห่างสนามบิน หรือ กรณีห้องอาหารโรงแรมเปิดช้า
เดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติคันไซ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพฯ ประเทศไทย
09.55 น. เดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง โดยสายการบิน AIR ASIA X (XJ) เที่ยวบินที่ XJ613
(ค่าทัวร์ไม่รวมค่าอาหารบนเครื่อง บนเครื่องมีจำหน่าย)
14.25 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพ

185/20 หมู่บ้านเดอะคอนเนค 32 ซอยลาดพร้าว 126 (กรัณฑ์พร)
แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา