ทัวร์อียิปต์-จอร์แดน พีระมิดแห่งกีซ่า Grand Egyptian Museum นครเพตรา ทะเลแดดซี

ทัวร์อียิปต์-จอร์แดน พีระมิดแห่งกีซ่า Grand Egyptian Museum นครเพตรา ทะเลแดดซี - บริษัท ปักหมุด ฮอลิเดย์ จำกัด
รหัสทัวร์
788-80457
วันที่เดินทาง
ต.ค. 69 - ธ.ค. 69
ช่วงเวลา
8 วัน 5 คืน
เดินทางโดย
Royal Jordanian (RJ)

ไฮไลท์ทริป ห้ามพลาด

  • ป้อมปราการซาลาดิน (Saladin Citadel)
  • มัสยิดมูฮัมหมัด อาลี (Mosque of Muhammad Ali)
  • Hanging Church (โบสถ์แขวน)
  • มหาพีระมิดและสฟิงซ์แห่งกีซา (Pyramid & Sphinx at Giza)
  • Grand Egyptian Museum (พิพิธภัณฑ์อียิปต์แห่งใหม่)
  • พีระมิดขั้นบันไดแห่งฟาโรห์โจเซอร์ (Step Pyramid of Djoser)
  • ทะเลทรายวาดิรัม (Wadi Rum)
  • มหานครเพตรา (Petra)
  • ทะเลสาบเดดซี (Dead Sea)
  • ป้อมปราการแห่งอัมมาน (Amman Citadel)

แผนการเดินทาง

19.30 น. พร้อมกันที่จุดนัดหมาย สนามบินสุวรรณภูมิ เตอร์สายการบิน Royal Jordanian Airlines (RJ) โดยมีเจ้าหน้าที่ต้อนรับและแนะนำกระบวนการก่อนการเดินทางและออกบัตรโดยสาย

23.00 น. ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเที่ยวบิน RJ183 สายการบิน Royal Jordanian Airlines (RJ)

03.50 น. ถึงสนามบินกรุงอัมมาน (Queen Alia International Airport) ราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน

(รอเปลี่ยนเครื่องประมาณ 2.30 ชั่วโมง) (มีบริการอาหารบนเครื่อง ทั้ง 2 เที่ยวบิน)

06.20 น. ออกเดินทางจากสนามบิน กรุงอัมมาน โดยเที่ยวบิน RJ501 ไปยังกรุงไคโร ประเทศอียิปต์

07.50 น. ถึงสนามบินกรุงไคโร หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว (เวลาที่ประเทศอียิปต์ช้ากว่าที่ไทย 4 ชั่วโมง)

นำท่านเดินทางสู่ ป้อมปราการซาลาดิน ป้อมปราการประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ที่เคยเป็นศูนย์กลางการปกครองของอียิปต์นานหลายศตวรรษ ก่อนเยี่ยมชม มัสยิดมูฮัมหมัด อาลี หรือ "มัสยิดอะลาบาสเตอร์" ผลงานสถาปัตยกรรมออตโตมันอันงดงาม โดดเด่นด้วยโดมขนาดใหญ่และหออะซานคู่สง่างาม พร้อมชมทัศนียภาพอันกว้างไกลของกรุงไคโรจากจุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง

เที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 1)

กรุงไคโรเก่า (Old Cairo) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Coptic Cairo” เป็นย่านประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองหลวงแห่งอียิปต์ เต็มไปด้วยร่องรอยอารยธรรมอันยาวนาน ทั้งศาสนาคริสต์ ศาสนายิว และศาสนาอิสลาม ย่านนี้เคยเป็นที่ตั้งของเมืองบาบิโลนโบราณ และต่อมาได้กลายเป็นศูนย์กลางของชุมชนคริสต์คอปติกในยุคต้นของศาสนา กรุงไคโรเก่าไม่เพียงเป็นแหล่งรวมศิลปะ วัฒนธรรม และ ศาสนา แต่ยังเป็นหัวใจของประวัติศาสตร์อียิปต์ที่ยังคงหายใจและมีชีวิตอยู่ในทุกย่างก้าว นำท่านเดินทางสู่ Hanging Church (โบสถ์แขวนแห่งศรัทธาโบราณ) หนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และมีความสำคัญที่สุดของคริสต์ศาสนิกชนแห่งอียิปต์ หรือชื่อทางการว่า Saint Virgin Mary's Coptic Orthodox Church ตั้งอยู่ในย่านโคปติกไคโร (Coptic Cairo) เป็นโบสถ์เก่าแก่ที่มีอายุย้อนไปถึงศตวรรษที่ 3–4 และเป็นศูนย์กลางของชุมชนคริสต์นิกายคอปติกในอดีต โดดเด่นด้วยการก่อสร้างที่ “แขวนตัว” อยู่เหนือป้อมโรมันโบราณ Babylon Fortress จึงได้ชื่อว่า “Hanging Church” ภายในตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยงานแกะสลักไม้ ฉากไอคอนสวยงามจากงาช้างและไม้เอบะนี อีกทั้งยังประดับด้วยภาพไอคอนศักดิ์สิทธิ์นับร้อยชิ้น บางชิ้นมีอายุเก่าแก่หลายร้อยปี ไม่เพียงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังถือเป็นแหล่งพลังศรัทธาและร่องรอยของวัฒนธรรมคริสต์โบราณที่ยังคงมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบัน

จากนั้นนำท่านชม โบสถ์เซนต์เซอร์จิอุสและเซนต์บาคคัส (Church of Saints Sergius and Bacchus) หนึ่งในโบสถ์คริสต์คอปติกที่เก่าแก่และมีความสำคัญทางศาสนาเป็นอย่างยิ่ง ตั้งอยู่ในย่าน “โคปติกไคโร” (Coptic Cairo) มีอายุย้อนไปถึงราวศตวรรษที่ 4–5 และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อกันว่า พระนางมารีย์ นักบุญโยเซฟ และพระเยซูคริสต์ เคยลี้ภัยมายังอียิปต์ และพำนักอยู่ ณ ถ้ำใต้โบสถ์แห่งนี้ระหว่างหลบหนีการตามล่าจากกษัตริย์เฮโรด โบสถ์สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาซิลิกา ภายในตกแต่งด้วยไม้ฉากไอคอนโบราณ แท่นบูชาหินอ่อน และภาพไอคอนเก่าแก่ที่สะท้อนศิลปะแบบคอปติกอันวิจิตร ส่วนถ้ำศักดิ์สิทธิ์ใต้พื้นโบสถ์ที่เคยเป็นที่พำนักของครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ ยังคงเปิดให้ผู้ศรัทธาและนักท่องเที่ยวลงไปเยือนได้

สมควรแก่เวลานำท่านสู่ ขุมทรัพย์ศิลปะคริสต์โบราณแห่งอียิปต์ พิพิธภัณฑ์คอปติก (Coptic Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมศิลปวัตถุและมรดกทางวัฒนธรรมของชาวคริสต์นิกายคอปติกที่สำคัญที่สุดของประเทศอียิปต์ จัดแสดงผลงานศิลปะที่สะท้อนถึงรากเหง้าของศาสนาคริสต์ในดินแดนลุ่มแม่น้ำไนล์ ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงวัตถุโบราณกว่า 16,000 ชิ้น ครอบคลุมทั้งจิตรกรรมฝาผนัง ภาพไอคอน งานแกะสลักไม้ ผ้าทอ เครื่องประดับ และเอกสารโบราณ รวมถึงต้นฉบับพระคัมภีร์ที่เขียนด้วยภาษาคอปติกและกรีก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานของศิลปะอียิปต์โบราณ, กรีก–โรมัน และคริสต์ในยุคต้นได้อย่างกลมกลืน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่เพียงเป็นแหล่งเรียนรู้ทางศิลปะและศาสนา แต่ยังช่วยให้ผู้มาเยือนได้ เข้าใจลึกซึ้งถึงความเชื่อ วัฒนธรรม และบทบาทของชาวคอปติกในประวัติศาสตร์อียิปต์

เย็น บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 2) อาหารจีน

จากนั้นเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก Novotel Cairo 6th of October ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

เช้า บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก (มื้อที่ 3)

หลังอาหารเช้านำท่านชมความยิ่งใหญ่แห่ง มหาพีระมิดและสฟิงซ์แห่งกีซา (Pyramid & Sphinx at Giza) หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณเพียงหนึ่งเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน พร้อมชมความยิ่งใหญ่ของ “มหาสฟิงซ์แห่งกีซา” รูปปั้นหินขนาดยักษ์ครึ่งสิงโตครึ่งมนุษย์ที่เปรียบเสมือนผู้พิทักษ์แห่งสุสานฟาโรห์ มหาพีระมิดถูกสร้างขึ้นเมื่อราว 4,500 ปีก่อน เป็นสุสานของฟาโรห์คูฟูแห่งราชวงศ์ที่ 4 โดยใช้หินมากกว่า 2.3 ล้านก้อน วางเรียงอย่างประณีตแม่นยำจนน่าทึ่ง แม้ไม่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ก็ตาม ส่วนสฟิงซ์ที่ตั้งอยู่ใกล้กัน เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในยุคของฟาโรห์คาเฟร (Khafre) เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของพลังและปัญญา การเดินทางสู่กีซาคือการย้อนเวลาไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรฟาโรห์ ความลึกลับของเทคโนโลยีโบราณ และเรื่องเล่าอันน่าพิศวงที่ยังคงท้าทายจินตนาการของมนุษยชาติ

เที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 4)

แวะชมโรงงานผลิตหัวน้ำหอม โรงงานผลิตหัวน้ำหอมในอียิปต์ ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะชมระหว่างการเที่ยวกรุงไคโร เพราะไม่ได้เป็นเพียงร้านจำหน่ายน้ำหอม แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์แห่ง "สุคนธบำบัด" และประวัติศาสตร์การทำน้ำหอมที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคอียิปต์โบราณ ซึ่งมีอายุกว่า 5,000 ปี ชาวอียิปต์โบราณเป็นหนึ่งในอารยธรรมแรกของโลกที่คิดค้นการสกัดน้ำมันหอมระเหยจากดอกไม้ สมุนไพร และเรซิน เพื่อนำไปใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา การรักษาโรค ความงาม และการทำมัมมี่ น้ำหอมจึงถือเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและความเชื่อของชาวอียิปต์มาตั้งแต่สมัยฟาโรห์

และอีกหนึ่งของฝากที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยวเมื่อเดินทางเยื่อนปะเทศอียิปต์ นั้นคือ โรงงานผลิตปาปิรุส (Papyrus Factory หรือ Papyrus Institute) เป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวมักแวะเยี่ยมชมระหว่างการเดินทางในกรุงไคโร โดยเฉพาะหลังจากเที่ยวชมพีระมิดแห่งกีซา ที่นี่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสภูมิปัญญาโบราณของชาวอียิปต์ และเรียนรู้กระบวนการผลิต "กระดาษปาปิรุส" ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดของการบันทึกข้อมูลและการเขียนของมนุษยชาติ ชาวอียิปต์โบราณเริ่มผลิตกระดาษปาปิรุสมานานกว่า 5,000 ปี โดยใช้ต้นกกปาปิรุส (Papyrus) ที่ขึ้นอยู่ริมแม่น้ำไนล์ นำมาผ่าเป็นแผ่นบาง เรียงสลับแนว กดอัด และตากแห้งจนกลายเป็นแผ่นสำหรับเขียนหนังสือและบันทึกเหตุการณ์สำคัญของอาณาจักร

นำท่านสู่ Grand Egyptian Museum พิพิธภัณฑ์แห่งชาติใหม่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก สัมผัสความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมอียิปต์โบราณในรูปแบบที่ล้ำสมัย ณ Grand Egyptian Museum (GEM) หรือ พิพิธภัณฑ์อียิปต์แห่งใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับพีระมิดกีซา เป็นพิพิธภัณฑ์โบราณคดีที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่อุทิศให้กับอารยธรรมแห่งลุ่มแม่น้ำไนล์อย่างครบวงจร ที่นี่ได้รับการออกแบบให้เป็นแลนด์มาร์กระดับโลกด้วยสถาปัตยกรรมทันสมัย เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันอย่างลงตัว ไฮไลต์สำคัญคือ คอลเลกชันเต็มรูปแบบของตุตันคาเมน (Tutankhamun) รวมถึงสมบัติทองคำ อุปกรณ์ใช้สอย และโลงศพที่ไม่เคยจัดแสดงต่อสาธารณชนมาก่อน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่เพียงเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่ยังเป็นจุดหมายระดับโลกที่ผสานความงดงามของอดีต เข้ากับเทคโนโลยีการจัดแสดงสมัยใหม่อย่างน่าอัศจรรย์ ไฮไลต์สำคัญที่สุดของพิพิธภัณฑ์ โดยเป็นครั้งแรกที่ สมบัติกว่า 5,000 ชิ้นจากสุสานของฟาโรห์ตุตันคามุน ถูกนำมาจัดแสดงรวมกันในที่เดียว ทั้งหน้ากากทองคำ รถศึก บัลลังก์ เครื่องประดับ และเครื่องใช้ส่วนพระองค์ หลายชิ้นไม่เคยจัดแสดงต่อสาธารณะมาก่อน เมื่อก้าวเข้าสู่ Grand Hall นักท่องเที่ยวจะได้พบกับ รูปสลักหินแกรนิตของฟาโรห์รามเสสที่ 2 สูงกว่า 11 เมตร หนักกว่า 80 ตัน ตั้งตระหง่านต้อนรับผู้มาเยือน ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ บันไดขนาดมหึมาที่ประดับด้วยรูปสลักฟาโรห์ เทพเจ้า และเสาโบราณกว่า 60–70 ชิ้น จัดเรียงตามลำดับยุคสมัยของอียิปต์โบราณ พร้อมมุมชมวิวที่สามารถมองเห็นพีระมิดแห่งกีซาได้อย่างสวยงาม

เย็น บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 5) อาหารไทย

จากนั้นเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก Novotel Cairo 6th of October ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

เช้า บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก (มื้อที่ 6)

หลังอาหารเช้า นำท่านเดินทางสู่ เมืองเมมฟิส (Memphis) (ใช้เวลาประมาณ 40-50 นาที) เมืองหลวงแรกของอียิปต์โบราณ ก่อตั้งขึ้นเมื่อราว 3,100 ปีก่อนคริสตกาล โดยฟาโรห์เมเนส (Menes) ผู้รวมสองอาณาจักรตอนบนและตอนล่างเข้าด้วยกัน เมมฟิสเคยเป็นศูนย์กลางทางการเมือง วัฒนธรรม และศาสนาที่สำคัญที่สุดของอียิปต์ในยุคเริ่มต้น และเจริญรุ่งเรืองต่อเนื่องยาวนานหลายพันปี ไฮไลต์สำคัญที่สุดของเมืองเมมฟิส คือ รูปสลักหินปูนขนาดมหึมาของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ยาวกว่า 10 เมตร หนักหลายสิบตัน จัดแสดงในอาคารพิเศษให้นักท่องเที่ยวสามารถชมได้จากมุมสูง เห็นรายละเอียดของพระพักตร์ เครื่องทรง และลวดลายแกะสลักอย่างชัดเจน พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง (Open-Air Museum)

พื้นที่โบราณคดีของเมมฟิสเปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง รวบรวมรูปสลัก เสาหิน โบราณวัตถุ และซากวิหารจากยุคฟาโรห์ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมโบราณวัตถุท่ามกลางบรรยากาศของเมืองหลวงโบราณได้อย่างใกล้ชิด มหาสฟิงซ์แห่งเมมฟิส (Alabaster Sphinx) สฟิงซ์องค์นี้แกะสลักจาก หินอะลาบาสเตอร์ทั้งก้อน มีความยาวประมาณ 8 เมตร เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ที่ 18 และถือเป็นหนึ่งในสฟิงซ์หินอะลาบาสเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในอียิปต์เมืองเมมฟิสเป็นศูนย์กลางการนับถือ เทพพทาห์ เทพแห่งการสร้างสรรค์ ช่างฝีมือ และสถาปัตยกรรม ซึ่งได้รับการเคารพบูชาอย่างสูงในอียิปต์โบราณ

นำท่านเดินทางสู่ "เมืองซัคคารา" อาณาจักรแห่งต้นกำเนิดพีระมิดของโลก ดินแดนที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่ง ประวัติศาสตร์และอารยธรรมอันยิ่งใหญ่ ชม "พีระมิดขั้นบันไดแห่งฟาโรห์โจเซอร์" สิ่งมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรมที่ถือเป็นต้นแบบของพีระมิดทุกแห่งในอียิปต์ พร้อมสัมผัสความงดงามของสุสานหลวงและโบราณสถานอันล้ำค่า ซึ่งยังคงเล่าเรื่องราวแห่งความศรัทธา ความเชื่อ และภูมิปัญญาของชาวอียิปต์โบราณได้อย่างน่าอัศจรรย์ ไฮไลต์สำคัญที่สุดของซัคคารา คือ พีระมิดขั้นบันได ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 4,700 ปีที่แล้ว ถือเป็น พีระมิดแห่งแรกของโลก และเป็นสิ่งก่อสร้างหินขนาดใหญ่แห่งแรกของมนุษยชาติ ออกแบบโดย อิมโฮเทป (Imhotep) อัครมหาเสนาบดี สถาปนิก และนักปราชญ์ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะของอียิปต์โบราณ พีระมิดแห่งนี้จึงเป็นต้นแบบของการสร้างพีระมิดในยุคต่อมา

ก่อนจะมี พีระมิดทรงเรียบแห่งกีซา ชาวอียิปต์เริ่มต้นจากการสร้างพีระมิดแบบขั้นบันไดที่ซัคคารา จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของวิวัฒนาการด้านสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นอกจากนี้ยังมีโบราณสภานณ์ที่น่าสนใจอีกหลายจุดในเมือง ซัคคารา อาทิเช่น สุสานใต้ดินและโบราณวัตถุล้ำค่า นักโบราณคดีค้นพบโลงศพไม้ มัมมี่ รูปสลัก เครื่องปั้นดินเผา และเครื่องใช้จำนวนมากในซัคคารา หลายชิ้นได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ และยังคงมีการค้นพบโบราณวัตถุใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง กลุ่มอาคารประกอบพิธีกรรม นอกจากพีระมิด ยังมีลานพิธี เสาหิน วิหาร และทางเดินที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ประกอบพระราชพิธีของฟาโรห์ แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางวิศวกรรมและศิลปกรรมของชาวอียิปต์โบราณ จุดชมวิวทะเลทรายและพีระมิด ซัคคาราตั้งอยู่ท่ามกลางทะเลทรายอันกว้างใหญ่ สามารถมองเห็นแนวพีระมิดที่ทอดยาว และเป็นจุดถ่ายภาพที่สวยงาม โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือยามเย็นที่แสงอาทิตย์สาดกระทบตัวพีระมิดเป็นสีทอง

นำท่านเดินทางกลับสู่กรุงไคโร โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที

เที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 7)

นำท่านเยือน The Egyptian Museum (Old Museum) พิพิธภัณฑ์อันทรงคุณค่าที่เคยเป็นหัวใจของการจัดแสดงโบราณวัตถุอียิปต์มายาวนาน ภายในรวบรวมมรดกแห่งอารยธรรมอียิปต์โบราณอันล้ำค่ากว่า 100,000 ชิ้น ทั้งรูปสลัก เครื่องประดับ เครื่องใช้ของราชวงศ์ และมัมมี่ของเหล่าฟาโรห์ ให้ท่านได้ย้อนเวลากลับไปสัมผัสความรุ่งเรืองของหนึ่งในอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก The Egyptian Museum หรือที่หลายคนเรียกว่า The Egyptian Museum (Old Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์โบราณคดีที่มีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเป็นสถานที่ที่ทำให้ผู้คนได้รู้จักอารยธรรมอียิปต์โบราณมาอย่างยาวนานกว่า 100 ปี พิพิธภัณฑ์แห่งแรกที่รวบรวมมรดกอียิปต์โบราณอย่างเป็นระบบ เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1902 เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกที่รวบรวมและอนุรักษ์โบราณวัตถุของอียิปต์ไว้ในสถานที่เดียว เพื่อป้องกันการสูญหายและการลักลอบนำออกนอกประ เทศ ถือเป็นรากฐานของการศึกษาทางอียิปต์วิทยา (Egyptology) ในระดับสากล ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุจากทุกยุคของอารยธรรมอียิปต์ ตั้งแต่ยุคราชวงศ์แรกจนถึงยุคกรีก-โรมัน ครอบคลุมระยะเวลากว่า 5,000 ปีของประวัติศาสตร์ มีบทบาทสำคัญในการศึกษาระดับโลก นักโบราณคดี นักประวัติศาสตร์ และนักอียิปต์วิทยาจากทั่วโลกใช้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งศึกษาวิจัยเกี่ยวกับอารยธรรมลุ่มแม่น้ำไนล์ วัตถุโบราณที่น่าสนใจ อาทิเช่น รูปสลักและประติมากรรมของฟาโรห์ ผลงานแกะสลักหินแกรนิต หินปูน และหินบะซอลต์ ที่สะท้อนความสามารถของช่างฝีมือเมื่อหลายพันปีก่อน ห้องจัดแสดงมัมมี่ของราชวงศ์ จัดแสดงมัมมี่ของฟาโรห์และพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์

ทำให้ผู้ชมได้เห็นเทคนิคการทำมัมมี่อันล้ำสมัยของชาวอียิปต์โบราณ เครื่องประดับและของใช้จากสุสานฟาโรห์ เครื่องทองคำ เครื่องประดับ เครื่องเรือน และสิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งสะท้อนความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตาย จารึกและคัมภีร์โบราณ แผ่นปาปิรุส รูปสลัก และศิลาจารึกที่บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนา การปกครอง และวิถีชีวิตของชาวอียิปต์โบราณ

จากนั้นนำท่านสู่ ตลาด Khan el-Khalili ตลาดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงที่สุดของกรุงไคโร ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อของฝากและของที่ระลึกนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ งานหัตถศิลป์ เครื่องแก้ว โคมไฟอาหรับ ผ้าพันคอ น้ำหอม เครื่องเทศ และสินค้าพื้นเมืองที่สะท้อนเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมอียิปต์ พร้อมสัมผัสบรรยากาศของตรอกซอกซอยอันมีชีวิตชีวา ซึ่งสืบทอดประวัติศาสตร์การค้าขายมายาวนานกว่า 600 ปี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1382 ในสมัยราชวงศ์มัมลุก เป็นศูนย์กลางการค้าสำคัญของตะวันออกกลางมาตั้งแต่อดีต

หลังอิ่มเอมกับการเดินทางท่องอารยธรรมอันยิ่งใหญ่ของอียิปต์ ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่สนามบินนานาชาติกรุงไคโร เพื่อออกเดินทางสู่กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน ดินแดนแห่งอารยธรรมโบราณและเรื่องราวแห่งคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ ที่รอให้ทุกท่านได้ร่วมสัมผัสความงดงามของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติอันน่าประทับใจในลำดับต่อไป

เย็น อิสระอาหารเย็น

20.50 น. ออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติกรุงไคโร เที่ยวบิน RJ506 สายการบิน Royal Jordanian Airlines (RJ)

22.10 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติกรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน

จากนั้นเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก Sulaf Amman Hotel (Amman) ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

เช้า บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก (มื้อที่ 8)

หลังรับประทานอาหารเช้า นำท่านออกเดินทางสู่เมืองมาดาบา (Madaba) เมืองเล็กอันเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์และประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะ "นครแห่งโมเสก" ด้วยงานศิลปะกระเบื้องหินสีโบราณอันประณีตที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ ให้ทุกท่านได้สัมผัสความงดงามของมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อเนื่องมานานกว่าพันปี ก่อนออกเดินทางสู่สถานที่สำคัญแห่งอื่นของประเทศจอร์แดน

นำท่านชม Saint George's Church เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของเมืองมาดาบา และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุดของโลกคริสต์ เนื่องจากเป็นที่ประดิษฐาน Madaba Mosaic Map แผนที่โมเสกแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบในโลก ซึ่งสร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 6 (ประมาณ ค.ศ. 542–570) ประกอบด้วยหินโมเสกสีมากกว่า 2 ล้านชิ้น เดิมมีขนาดประมาณ 21 7 เมตร แม้ปัจจุบันจะเหลือเพียงบางส่วน แต่ยังคงความงดงามและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไว้อย่างสมบูรณ์ Madaba Mosaic Map ไม่ใช่เพียงผลงานศิลปะ แต่ยังเป็นหลักฐานทางภูมิศาสตร์ที่ช่วยให้นักโบราณคดีสามารถระบุตำแหน่งของเมืองและสถานที่สำคัญในพระคัมภีร์ได้อย่างแม่นยำ รวมถึงช่วยยืนยันตำแหน่งโบราณสถานหลายแห่งในนครเยรูซาเล็มจากการขุดค้นในยุคปัจจุบัน นอกจากคุณค่าทางประวัติศาสตร์แล้ว แผนที่ยังเป็นผลงานชั้นเยี่ยมของศิลปะไบแซนไทน์ ด้วยการเรียงหินสีอย่างประณีต ถ่ายทอดภูมิประเทศ เมือง แม่น้ำ ภูเขา และสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ได้อย่างละเอียด จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผลงานโมเสกที่สำคัญที่สุดของโลกคริสต์

จากนั้นนำท่านเดินทางต่ออีกประมาณ 15 นาที สู่ยอดเขาเนโบ (Mount Nebo) ดินแดนแห่งความศรัทธาที่ได้รับการกล่าวถึงในพระคัมภีร์ไบเบิลว่าเป็นสถานที่ซึ่งศาสดาโมเสสได้ทอดพระเนตรดินแดนแห่งพันธสัญญาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะสิ้นชีวิต ณ ยอดเขาแห่งนี้ ปัจจุบัน Mount Nebo เป็นหนึ่งในสถานที่แสวงบุญที่สำคัญของโลก และยังเป็นจุดชมวิวอันงดงามที่สามารถมองเห็นหุบเขาแม่น้ำจอร์แดน ทะเลเดดซี และนครเยรูซาเล็มได้อย่างน่าประทับใจในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส

Mount Nebo เป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และสำคัญที่สุดของประเทศจอร์แดน ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา และการท่องเที่ยว ได้รับการยกย่องให้เป็นจุดแสวงบุญสำคัญของคริสต์ศาสนิกชนและชาวยิวจากทั่วโลก เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของ Moses ในพระคัมภีร์ไบเบิล เป็นจุดหมายของผู้แสวงบุญชาวคริสต์จากทั่วโลกมาหลายศตวรรษ และในปี ค.ศ. 2000 Pope John Paul II ได้เสด็จเยือนสถานที่แห่งนี้ระหว่างการแสวงบุญในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งตอกย้ำความสำคัญในฐานะสถานที่แห่งความศรัทธา บนยอดเขามี Memorial Church of Moses ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงศาสดาโมเสส ภายในประดับด้วยพื้นโมเสกสมัยไบแซนไทน์ที่มีอายุกว่า 1,500 ปี ถ่ายทอดภาพสัตว์ วิถีชีวิต และศิลปกรรมอันวิจิตรงดงาม ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานชิ้นเอกของศิลปะโมเสกในจอร์แดน

อีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญคือ Brazen Serpent Monument ประติมากรรมไม้เท้าพันด้วยงูทองสัมฤทธิ์ ซึ่งสื่อถึงไม้เท้าของโมเสสและงูทองสัมฤทธิ์ที่กล่าวถึงในพระคัมภีร์ กลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของยอดเขาเนโบ (Mount Nebo) และเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ประติมากรรมชิ้นนี้ไม่ได้เป็นเพียงงานศิลปะร่วมสมัย แต่ยังสะท้อนเรื่องราวสำคัญในพระคัมภีร์ และเชื่อมโยงความเชื่อของทั้งศาสนายูดายและศาสนาคริสต์เข้าด้วยกัน ประติมากรรมชิ้นนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1973 โดยประติมากรชาวอิตาลี Giovanni Fantoni แห่งคณะฟรันซิสกัน (Franciscan Order) ความหมายของประติมากรรมคือ ไม้เท้าที่มีงูทองสัมฤทธิ์พันรอบ ส่วนบนของประติมากรรมมีลักษณะคล้ายไม้กางเขน ศิลปินตั้งใจผสมผสาน สองเหตุการณ์สำคัญในพระคัมภีร์ เข้าไว้ด้วยกัน งูทองสัมฤทธิ์ของโมเสส ตามพระธรรม กันดารวิถี (Numbers 21:4–9) เมื่อชาวอิสราเอลเดินทางในถิ่นทุรกันดาร พวกเขาบ่นและหมดศรัทธา จึงเกิดงูพิษจำนวนมากออกมากัดผู้คน พระเจ้าจึงทรงบัญชาให้โมเสสสร้าง งูทองสัมฤทธิ์ และยกขึ้นบนเสา ผู้ที่ถูกงูกัด หากมองไปยังงูทองสัมฤทธิ์ด้วยความเชื่อ ก็จะได้รับการรักษาและรอดชีวิต เหตุการณ์นี้จึงกลายเป็น สัญลักษณ์ของการเยียวยา ความหวัง ความเมตตาของพระเจ้า ความรอดผ่านความศรัทธา

เที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 9)

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ทะเลทรายวาดิรัม (Wadi Rum) ดินแดนแห่งผืนทรายสีแดงและขุนเขาหินทรายอันยิ่งใหญ่ที่ธรรมชาติได้รังสรรค์ขึ้นตลอดหลายล้านปี ความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์ของภูมิประเทศแห่งนี้ได้รับสมญานามว่า "หุบเขาแห่งพระจันทร์" (Valley of the Moon) และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ด้วยภูมิทัศน์อันน่าอัศจรรย์ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ความสงบ และมนต์ขลังของทะเลทรายตะวันออกกลาง

นำท่านออกผจญภัยด้วยรถจี๊ป 4WD สัมผัสเสน่ห์ของทะเลทรายวาดิรัม ดินแดนที่ได้รับสมญานามว่า "หุบเขาแห่งพระจันทร์" (Valley of the Moon) ตลอดเส้นทางท่านจะได้ชื่นชมภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ของผืนทรายสีแดงสลับกับเทือกเขาหินทรายสูงตระหง่าน แวะชมเนินทรายธรรมชาติ (Sand Dune) ที่โดดเด่นกลางทะเลทราย เยือน Lawrence of Arabia Spring น้ำพุซึ่งมีเรื่องเล่าผูกพันกับการเดินทางของ ที.อี. ลอว์เรนซ์ ในช่วงการปฏิวัติอาหรับ และชมภาพสลักรวมถึงภาพเขียนโบราณบนหน้าผา (Ancient Rock Paintings) อันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ซึ่งมีอายุหลายพันปี ถ่ายทอดเรื่องราวของชนเผ่า การล่าสัตว์ และเส้นทางคาราวานในอดีต ท่ามกลางทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่และเงียบสงบของทะเลทรายวาดิรัมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก

จากนั้นเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก Hasan Zawaideh Camp (Bubble Tents) (Wadirum) ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

เย็น บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 10)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก (มื้อที่ 11)

หลังรับประทานอาหารเช้า นำท่านออกเดินทางสู่ มหานครเพตรา (Petra) เมืองโบราณอันยิ่งใหญ่ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "นครศิลาสีชมพู" (Rose-Red City) ผลงานชิ้นเอกของชาวนาบาเทียนที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยการแกะสลักหน้าผาหินทรายทั้งผืนอย่างวิจิตรเมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน เมืองแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางการค้าบนเส้นทางสายเครื่องหอมที่รุ่งเรืองที่สุดแห่งหนึ่งของโลกโบราณ ก่อนจะได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก และได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ ด้วยความงดงามอันน่าทึ่งและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ตราตรึงผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลก Petra เป็นแหล่งโบราณคดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของประเทศจอร์แดน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ในปี ค.ศ. 1985 และได้รับการโหวตให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ ในปี ค.ศ. 2007 ความสำคัญของนครเพตราคือเป็น เมืองหลวงของอาณาจักรนาบาเทียน (Nabataean Kingdom) ระหว่างศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล ถึง ค.ศ. 106 ถือเป็นเมืองที่ถูกแกะสลักจากภูเขาทั้งลูก สิ่งที่ทำให้เพตราโดดเด่นคือ อาคาร วัด สุสาน โรงละคร และวิหารจำนวนมาก ถูกแกะสลักขึ้นจากหน้าผาหินทรายโดยตรง ไม่ใช่การก่อสร้างด้วยอิฐหรือหินก้อน แสดงถึงความสามารถทางวิศวกรรมที่ล้ำสมัยของชาวนาบาเทียน ไฮไลท์สำคัญของมหานครเพตราคือ

The Siq – ช่องเขาหินมหัศจรรย์ ประตูสู่มหานครเพตรา นำท่านก้าวเข้าสู่ The Siq ช่องเขาหินธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ที่ทอดยาวกว่า 1.2 กิโลเมตร เส้นทางมหัศจรรย์ซึ่งถูกสรรค์สร้างขึ้นโดยพลังแห่งธรรมชาติตลอดหลายล้านปี กำแพงหินทรายสูงตระหง่านกว่า 80 เมตร โอบล้อมสองข้างทางอย่างสง่างาม เผยลวดลายชั้นหินหลากสีที่เปลี่ยนเฉดไปตามแสงอาทิตย์ในแต่ละช่วงเวลา จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในช่องเขาที่งดงามที่สุดของโลก

ทุกย่างก้าวภายในช่องเขาเปรียบเสมือนการเดินทางย้อนสู่อารยธรรมโบราณของชาวนาบาเทียน ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบและน่าค้นหา ก่อนที่ปลายทางจะเผยให้เห็นความยิ่งใหญ่ของ Al-Khazneh (The Treasury) วิหารหินแกะสลักอันเลื่องชื่อที่ค่อย ๆ ปรากฏผ่านช่องแสงระหว่างหน้าผา สร้างความตื่นตาตื่นใจและความประทับใจที่ยากจะลืมเลือน เป็นช่วงเวลาที่นักเดินทางจากทั่วโลกต่างใฝ่ฝันว่าจะได้สัมผัสด้วยสายตาสักครั้งในชีวิต

Al-Khazneh (The Treasury) – มหาวิหารหินแห่งนครเพตรา สัญลักษณ์แห่งอารยธรรมอันยิ่งใหญ่ ตื่นตาตื่นใจกับ Al-Khazneh (The Treasury) แลนด์มาร์กที่มีชื่อเสียงที่สุดของนครเพตรา และหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก วิหารหินทรายสีชมพูอ่อนที่ถูกแกะสลักขึ้นจากหน้าผาทั้งผืนอย่างประณีตเมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน โดยฝีมืออันชาญฉลาดของชาวนาบาเทียน จนได้รับสมญานามว่า “อัญมณีแห่งนครกุหลาบสีชมพู (Rose City)”

ด้านหน้าวิหารโดดเด่นด้วยเสาหินขนาดมหึมา หน้าจั่วอันวิจิตร และลวดลายศิลปะที่ผสมผสานอิทธิพลของกรีก โรมัน และตะวันออกกลางได้อย่างลงตัว ทุกองค์ประกอบสะท้อนถึงความรุ่งเรืองของอาณาจักรนาบาเทียนในอดีต พร้อมบอกเล่าเรื่องราวแห่งการค้าและอารยธรรมที่เคยเฟื่องฟูบนเส้นทางสายไหม เมื่อแสงอาทิตย์สาดกระทบผาหินในยามเช้าหรือยามบ่าย สีสันของหินทรายจะเปลี่ยนเฉดจากสีชมพูอ่อน สู่สีทองและสีส้มอมแดงอย่างงดงาม ราวกับมหาวิหารทั้งหลังมีชีวิต ความอลังการที่ปรากฏเบื้องหน้าสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลก จนได้รับการยกย่องให้เป็นไฮไลต์สำคัญของการเดินทางสู่มหานครเพตรา และเป็นภาพความทรงจำที่นักเดินทางทุกคนไม่ควรพลาดแม้เพียงครั้งเดียวในชีวิต

Royal Tombs – กลุ่มสุสานหลวงแห่งอารยธรรมนาบาเทียน ความยิ่งใหญ่ที่ถูกสลักไว้บนหน้าผา

นำท่านชม Royal Tombs กลุ่มสุสานหลวงขนาดใหญ่ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผลงานสถาปัตยกรรมหินแกะสลักที่งดงามและอลังการที่สุดของนครเพตรา แต่ละสุสานถูกสลักขึ้นบนหน้าผาหินทรายสูงตระหง่านอย่างประณีต สะท้อนถึงความรุ่งเรือง อำนาจ และภูมิปัญญาอันล้ำเลิศของอาณาจักรนาบาเทียนเมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน ความโดดเด่นของกลุ่มสุสานแห่งนี้อยู่ที่หน้าผาหินหลากเฉดสี ซึ่งเกิดจากชั้นหินธรรมชาติที่สลับลวดลายอย่างงดงาม ตั้งแต่สีชมพู สีส้ม สีแดง ไปจนถึงสีม่วงอ่อน เมื่อแสงอาทิตย์สาดกระทบ ผาหินทั้งผืนจะเปล่งประกายราวกับภาพวาดที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นอย่างวิจิตร ภายในกลุ่มสุสานประกอบด้วยสุสานสำคัญหลายแห่ง อาทิ Urn Tomb, Silk Tomb, Corinthian Tomb และ Palace Tomb ซึ่งแต่ละแห่งมีเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมและลวดลายการแกะสลักที่แตกต่างกัน สะท้อนถึงอิทธิพลของศิลปะกรีก โรมัน และตะวันออกกลางที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว

Ad Deir (The Monastery) – มหาวิหารหินบนยอดขุนเขา ความอลังการแห่งนครเพตรา

นำท่านพิชิตเส้นทางสู่ Ad Deir (The Monastery) อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของนครเพตรา และหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาณาจักรนาบาเทียน วิหารหินขนาดมหึมาที่ถูกแกะสลักจากหน้าผาหินทรายทั้งผืน ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาท่ามกลางภูมิประเทศอันแห้งแล้งและสง่างาม ราวกับเป็นผลงานศิลปะที่ธรรมชาติและมนุษย์ร่วมกันสร้างสรรค์ แม้จะต้องเดินขึ้นบันไดหินโบราณหลายร้อยขั้น แต่ทุกย่างก้าวล้วนคุ้มค่า เมื่อภาพของมหาวิหารสูงกว่า 45 เมตร ค่อย ๆ ปรากฏเบื้องหน้า ด้วยสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ เสาหินขนาดมหึมา และลวดลายแกะสลักที่ยังคงความงดงามแม้ผ่านกาลเวลากว่า 2,000 ปี สะท้อนถึงความสามารถอันน่าทึ่งของชาวนาบาเทียน

เที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 12)

นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบเดดซี (Dead Sea) ดินแดนมหัศจรรย์ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น จุดที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลมากที่สุดในโลก โอบล้อมด้วยภูมิประเทศทะเลทรายอันกว้างใหญ่ และทิวทัศน์อันเงียบสงบที่งดงามเหนือกาลเวลาทะเลสาบแห่งนี้มีความเค็มสูงกว่าน้ำทะเลทั่วไปหลายเท่า จนทำให้ทุกคนสามารถลอยตัวบนผิวน้ำได้อย่างน่าอัศจรรย์โดยแทบไม่ต้องออกแรง นับเป็นหนึ่งในประสบการณ์สุดพิเศษที่นักเดินทางจากทั่วโลกต่างใฝ่ฝันที่จะได้สัมผัสสักครั้งในชีวิต ทะเลสาบเดดซี (Dead Sea) เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่มีชื่อเสียงระดับโลก ตั้งอยู่ระหว่างประเทศจอร์แดน และ อิสราเอล รวมถึงเขตเวสต์แบงก์ โดยมีความโดดเด่นในฐานะ จุดที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลมากที่สุดบนพื้นผิวโลก ที่ระดับประมาณ 430 เมตรต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ทะเลสาบแห่งนี้ก่อตัวขึ้นเมื่อหลายล้านปีก่อนจากการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกตามแนว Great Rift Valley ทำให้เกิดแอ่งขนาดใหญ่ที่รับน้ำจาก แม่น้ำจอร์แดน แต่ไม่มีทางระบายน้ำออก น้ำจึงระเหยออกอย่างต่อเนื่องภายใต้อากาศร้อนและแห้งของภูมิภาค ส่งผลให้แร่ธาตุและเกลือสะสมอยู่ในปริมาณมหาศาล ชื่อ "Dead Sea" หรือ "ทะเลแห่งความตาย" มีที่มาจากความเค็มที่สูงมาก จนแทบไม่มีสัตว์น้ำหรือพืชน้ำขนาดใหญ่สามารถอาศัยอยู่ได้ จึงเป็นที่มาของชื่ออันโด่งดังนี้

อิสระให้ท่านได้สัมผัสประสบการณ์สุดมหัศจรรย์ ณ ทะเลสาบเดดซี ดินแดนที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นจุดที่ต่ำที่สุดบนพื้นผิวโลก เพลิดเพลินกับการ ลอยตัวบนผิวน้ำ ได้อย่างน่าอัศจรรย์โดยแทบไม่ต้องออกแรง จากความเค็มที่สูงเป็นพิเศษของทะเลสาบ พร้อมสัมผัสการ พอกโคลนแร่ธรรมชาติ อันเลื่องชื่อ ซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุนานาชนิดที่ได้รับการยอมรับในด้านการบำรุงผิวพรรณและการผ่อนคลายมาอย่างยาวนาน ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบและทัศนียภาพอันงดงามของทะเลทรายและผืนน้ำสีคราม ที่จะมอบช่วงเวลาแห่งความประทับใจและความทรงจำอันแสนพิเศษให้กับทุกท่าน

เย็น บริการอาหารเย็น ณ โรงแรมที่พัก (มื้อที่ 13)

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Dead Sea Spa Hotel (Dead Sea) ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

เช้า บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก (มื้อที่ 14)

นำท่านเดินทางสู่ กรุงอัมมาน (Amman) (ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง)

(โดยระหว่างเส้นทาง นำท่านแวะชมและเลือกผลิตภัณฑ์จากทะเลสาบแดดซี) เมืองหลวงอันทรงเสน่ห์ของประเทศจอร์แดน ที่ผสานความงดงามของอารยธรรมโบราณเข้ากับวิถีชีวิตอันทันสมัยได้อย่างลงตัว ตลอดเส้นทางท่านจะได้สัมผัสทัศนียภาพของภูมิประเทศอันเป็นเอกลักษณ์ของตะวันออกกลาง ก่อนเข้าสู่มหานครที่เปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเสน่ห์อันมีชีวิตชีวา ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของโลกที่ยังคงมีผู้คนอาศัยอยู่อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมเปิดประสบการณ์สู่การค้นพบเรื่องราวแห่งอารยธรรมที่สืบทอดมายาวนานนับพันปี อัมมานมีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 7,000 ปี และเป็นหนึ่งใน เมืองที่มีผู้คนอาศัยอยู่อย่างต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก ในสมัยโบราณ เมืองแห่งนี้เคยมีชื่อว่า Rabbath Ammon เมืองหลวงของชาวอัมโมไนต์ ก่อนจะตกอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิกรีก โรมัน ไบแซนไทน์ และอาหรับ ทำให้เมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยร่องรอยของอารยธรรมหลากหลายยุคสมัย อัมมานถูกสร้างขึ้นบนเนินเขาหลายลูก ทำให้เมืองมีภูมิทัศน์เป็นเอกลักษณ์ บ้านเรือนสีขาวเรียงรายตามไหล่เขา สร้างภาพที่สวยงามทั้งในเวลากลางวันและยามค่ำคืน ปัจจุบัน อัมมานเป็นศูนย์กลางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของจอร์แดน โดดเด่นด้วยอาคารสีครีมที่สร้างจากหินปูนซึ่งเรียงรายอยู่บนเนินเขาทั้งเจ็ด จนได้รับสมญานามว่า "เมืองแห่งเจ็ดเนินเขา" (City of Seven Hills)

เที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 15) อาหารไทย

ป้อมปราการแห่งอัมมาน (Amman Citadel) ป้อมปราการโบราณบนยอดเขาที่ถือเป็นหัวใจของเมืองอัมมาน ภายในมีซากวิหารโรมัน พระราชวังสมัยอุมัยยะฮ์ และวิวมุมสูงที่สามารถมองเห็นตัวเมืองได้แบบ 360 องศา เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง Amman Citadel หรือที่ชาวอาหรับเรียกว่า Jabal Al-Qal'a (ญะบัล อัล-กะลาอะห์) เป็นโบราณสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจอร์แดน ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงใจกลางกรุงอัมมาน และเป็นหลักฐานที่สะท้อนให้เห็นถึงการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ต่อเนื่องยาวนานกว่า 7,000 ปี จนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเมืองที่มีผู้อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก เดิมพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรอัมโมไนต์ (Ammon) เมื่อราวศตวรรษที่ 13 ก่อนคริสตกาล และมีชื่อว่า "รับบัทอัมโมน" (Rabbath Ammon) ต่อมาเมื่อ อเล็กซานเดอร์มหาราช เข้ายึดครองดินแดนแห่งนี้ เมืองได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น Philadelphia เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ปกครองราชวงศ์ปโตเลมี ก่อนจะเจริญรุ่งเรืองต่อเนื่องในสมัยโรมัน ไบแซนไทน์ และอิสลามยุคอุมัยยะฮ์ ปัจจุบัน ป้อมปราการอัมมานเป็นแหล่งโบราณคดีที่รวบรวมร่องรอยของอารยธรรมหลายยุคไว้ในพื้นที่เดียว ทั้งวิหารโรมัน พระราชวังอิสลาม โบสถ์ไบแซนไทน์ และกำแพงเมืองโบราณ จึงเปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่บอกเล่าเรื่องราวของประวัติศาสตร์ตะวันออกกลางตลอดหลายพันปี

จากยอดเขาของป้อมปราการ นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นวิวพาโนรามาของเมืองอัมมานได้เกือบทั้งเมือง รวมถึง Roman Theatre ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาฝั่งตรงข้าม เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม โดยเฉพาะในช่วงแสงยามบ่ายและก่อนพระอาทิตย์ตก Roman Theatre เป็นหนึ่งในโบราณสถานที่โดดเด่นที่สุดของกรุง อัมมาน สร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 2 ราวปี ค.ศ. 138–161 ในรัชสมัยของจักรพรรดิ Antoninus Pius ขณะที่เมืองอัมมานในยุคนั้นมีชื่อว่า Philadelphia และเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญของสันนิบาตเมืองโรมัน (Decapolis) โรงละครแห่งนี้ถูกแกะสลักเข้าไปในไหล่เขาโดยหันหน้าไปทางทิศเหนือ เพื่อหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง ทำให้ผู้ชมสามารถรับชมการแสดงได้อย่างสะดวกแม้ในช่วงกลางวัน ถือเป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมแห่งจักรวรรดิโรมันที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี สามารถรองรับผู้ชมได้ประมาณ 6,000 คน และในปัจจุบันยังคงใช้เป็นสถานที่จัดการแสดงดนตรี คอนเสิร์ต เทศกาล และกิจกรรมทางวัฒนธรรมของจอร์แดนอยู่เป็นประจำ ถือเป็นโรงละครโรมันที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในตะวันออกกลาง อัฒจันทร์หินขนาดใหญ่ที่เรียงตัวเป็นชั้นสูงกว่า 40 แถว แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมัน และยังคงรักษารูปแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างน่าประทับใจ แม้ไม่มีระบบขยายเสียง แต่การออกแบบเวทีและอัฒจันทร์ทำให้เสียงจากเวทีสามารถส่งไปถึงผู้ชมบนที่นั่งแถวบนสุดได้อย่างชัดเจน เป็นหนึ่งในผลงานด้านวิศวกรรมเสียงที่ล้ำสมัยของชาวโรมัน

เย็น บริการอาหารเย็น ณ โรงแรมที่พัก (มื้อที่ 16) อาหารจีน

ได้เวลาอันสมควร อำลานครอัมมาน เมืองหลวงอันทรงเสน่ห์แห่งราชอาณาจักรจอร์แดน หลังจากร่วมสัมผัสประวัติศาสตร์อันยาวนาน วัฒนธรรมอันงดงาม และความประทับใจตลอดการเดินทาง จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติควีนอาเลีย (Queen Alia International Airport) เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่กรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพ พร้อมเก็บเกี่ยวความทรงจำอันแสนประทับใจ

03.05 น. ออกเดินทางจากสนามบินกรุงอัมมาน เที่ยวบิน RJ182 สายการบิน Royal Jordanian Airlines (RJ)

บริการอาหารบนเครื่อง

15.25 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย

** เพื่อความถูกต้อง กรุณาตรวจสอบข้อมูลเดินทางและเงื่อนไขการชำระเงินกับทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายทุกครั้ง

พยากรณ์อากาศ

EGYPT WEATHER
JORDAN WEATHER

อัตราแลกเปลี่ยน

ราคาเริ่มต้น
82,989 บาท
รหัส 788-80457 ทัวร์อียิปต์-จอร์แดน พีระมิดแห่งกีซ่า Grand Egyptian Museum นครเพตรา ทะเลแดดซี
ระยะเวลา 8 วัน 5 คืน
ราคาเริ่มต้น 82,989 บาท
เดินทางช่วง ต.ค. 69 - ธ.ค. 69
เดินทางโดย Royal Jordanian (RJ)
--------------------------------------
ดูเพิ่มเติม https://pukmudholiday.com/tour.php?tour_id=25058
--------------------------------------
ชมโปรแกรม PDF https://tourfiles.vm101.net/pdf/880/788-80457.pdf
--------------------------------------
สนใจติดต่อ บริษัท ปักหมุด ฮอลิเดย์ จำกัด
เลขที่ใบอนุญาต 11/10821
โทร Hotline 098-393 2369
โทร Hotline 062-149-0482
โทร Office 02-147-2566
LINE ID @pukmudholiday
LINE URL https://line.me/ti/p/~@pukmudholiday
อีเมล pukmud01@gmail.com
คัดลอกข้อมูลทัวร์
เพิ่มในรายการโปรด
Share on social networks
Scan QRCode

โปรแกรมแนะนำ

ใบอนุญาต 11/10821
ใบอนุญาต 11/10821
ใบอนุญาต 11/10821
ใบอนุญาต 11/10821
ใบอนุญาต 11/10821
ใบอนุญาต 11/10821
ใบอนุญาต 11/10821
ใบอนุญาต 11/10821
ติดต่อสำนักงาน
บริษัท ปักหมุด ฮอลิเดย์ จำกัด
เลขที่ใบอนุญาต 11/10821

185/20 หมู่บ้านเดอะคอนเนค 32 ซอยลาดพร้าว 126 (กรัณฑ์พร)

แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

จันทร์-เสาร์ 9.00-18.00
บริการของเรา
บริการจองตั๋วเครื่องบิน
บริการทำ VISA ทุกประเทศ
บริการจัดนำเที่ยวต่างประเทศ
บริการจัดนำเที่ยวในประเทศ
บริการเช่ารถตู้ รถบัสโดยสาร
บริการจัดอบรมประชุมสัมมนา
บริการจองที่พัก โรงแรม รีสอร์ท
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
Add LINE Friends via QR Code
ติดตามเรา
home
หน้าหลัก
quatation
ขอใบเสนอราคา
chat
ติดต่อเรา
ติดต่อ
chat ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
search ค้นหาโปรแกรมทัวร์
home หน้าหลัก
approval ขอใบเสนอราคา